fbpx
WRITER: ภัคภร ธีรากุลหิรัญ
EDITOR: Mustard Seed Team

เราเคยคิดว่าการจะรักใครสักคนเราต้องเข้าใจเขาก่อน

เราเริ่มต้นจากการรักคนที่รักง่าย คนที่เป็นคนดี คนที่น่ารัก คนที่ทำให้เรารู้สึกดีเมื่ออยู่ใกล้ๆ แล้วเมื่อเดินกับพระเจ้านานขึ้น เราก็เริ่มเรียนรู้ที่จะรักคนที่ไม่ได้รักง่ายขนาดนั้น เราเริ่มพยายามมองให้ลึกกว่า “สิ่งที่เขาทำ” พยายามมองให้เห็นว่าเขากำลังรู้สึกอะไร เขาผ่านอะไรมาบ้าง อะไรทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ เราจึงค้นพบว่าเมื่อเราเข้าใจใครมากขึ้น เรามักจะตัดสินเขาน้อยลงและรักเขาได้มากขึ้น เพราะเมื่อเราได้ยืนอยู่ในจุดเดียวกับเขา เคยผ่านความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกัน หรือได้ฟังสิ่งที่เขาพยายามสื่อสาร คนที่ครั้งหนึ่งเราเคยมองว่า “ไม่น่ารัก” ก็อาจกลายเป็นคนที่เราเริ่มมองด้วยความเข้าใจ

แต่ระหว่างที่เราเดินกับพระเจ้า พระองค์ได้พาเราไปเจอความรักในอีกระดับหนึ่ง มีบางคนที่เราไม่เข้าใจ บางสถานการณ์ที่เราไม่เคยผ่าน บางการกระทำที่เราไม่สามารถหาคำอธิบายได้ ต่อให้เราพยายามถาม พยายามฟัง พยายามมองในมุมของเขามากแค่ไหน เราก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี และตอนนั้นเองเราเริ่มพบว่าความเข้าใจของเรามีความจำกัด เราจึงเผลอตัดสินคนจากสิ่งที่เรามองเห็น เพราะเรามองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในเขา

เราถามพระเจ้าว่า “แล้วลูกจะรักเขาได้อย่างไร ในเมื่อลูกยังไม่เข้าใจเขาเลย?” คำถามนี้อยู่กับเรานานมาก เราพยายามหาคำตอบ พยายามถามกับพระเจ้า ว่าความรักที่พระองค์ต้องการให้เรามีต่อคนคนนั้นควรเป็นอย่างไร

แต่บางครั้งคำตอบก็ไม่ได้มาในแบบที่เราคาดหวัง พระเจ้าดูเหมือนเงียบ จนวันหนึ่ง พระเจ้าให้เราได้เห็นภาพหนึ่ง เป็นภาพของพระเยซู พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงสร้างมนุษย์ ผู้ทรงรู้จักเราอย่างหมดสิ้น กลับทรงเลือกที่จะลงมาอยู่ในโลกของเรา พระองค์ทรงรับสภาพความเป็นมนุษย์ ทรงเข้ามาอยู่ท่ามกลางคนบาป ทรงสัมผัสความเจ็บปวด ความอ่อนแอ และความทุกข์ของมนุษย์ และท้ายที่สุดพระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเรา ไม่ใช่เพราะมนุษย์เข้าใจพระองค์หมดแล้ว ไม่ใช่เพราะมนุษย์ดีพอแล้ว ไม่ใช่เพราะเราคู่ควรกับความรักนั้น

แต่ “ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา” โรม 5:8

ตรงนี้เองที่เราเริ่มเข้าใจบางอย่าง พระเจ้าไม่ได้รอให้เราเข้าใจพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จึงจะรักเรา ไม่ได้รอให้เราเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ถูกต้อง แต่พระองค์ทรงเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรา ในขณะที่เรายังหลงทาง ยังมีบาป ยังไม่เข้าใจ และยังมองไม่เห็นความรักของพระองค์ได้อย่างครบถ้วน พระเจ้าทรงรักเรา ก่อนที่เราจะเข้าใจความรักของพระองค์เสียอีก

บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่พระองค์กำลังสอนเราเกี่ยวกับการรักคนอื่น เราอาจเคยคิดว่า “ถ้าฉันเข้าใจเขา ฉันจะรักเขาได้” แต่บางทีพระเจ้ากำลังสอนเราว่า “เจ้าสามารถรักเขาได้ แม้เจ้าจะยังไม่เข้าใจเขาเลย” เพราะความรักของพระคริสต์ไม่ได้เกิดจากการที่เราเข้าใจทุกอย่าง แต่เกิดจากพระคุณ พระคุณที่รักทั้งที่เราไม่สมควรได้รับ พระคุณที่ไม่ตัดสินเราจากช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเรา และพระคุณที่ยังคงยื่นมือมาหาเรา แม้เราจะยังไม่เข้าใจพระองค์ทั้งหมด

เพราะฉะนั้น การรักใครสักคนโดยที่เรายังไม่เข้าใจเขา ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมให้เขาทำร้ายเรา หรือทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หมายความว่า เราจะไม่ปล่อยให้ความเข้าใจอันจำกัดของเรากลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินคุณค่าของเขา เราอาจไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง ไม่รู้ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังคำพูดของเขา และอาจไม่มีวันเข้าใจทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่เรายังสามารถเลือกที่จะอ่อนโยน เลือกที่จะไม่ตอบโต้ด้วยความเกลียดชัง เลือกที่จะให้อภัย เลือกที่จะอธิษฐานเผื่อ เลือกที่จะมองเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พระเจ้าทรงรัก เพราะเราเองก็เป็นมนุษย์ที่พระเจ้าทรงรัก ทั้งที่พระองค์ทรงรู้จักเรามากกว่าที่เรารู้จักตัวเองเสียอีก

บางทีเราไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำหรับทุกคน และไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำ บางครั้งสิ่งเดียวที่เราทำได้ คือยอมรับว่า “พระเจ้า ลูกยังไม่เข้าใจ” แล้ววางสิ่งนั้นไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ เพราะความเข้าใจของเรามีขอบเขต แต่ความรักของพระเจ้าไม่มี และเมื่อความเข้าใจของเราหยุดลง พระคุณของพระเจ้าก็ยังไปต่อได้

ดังนั้น วันนี้เราอาจยังรักใครบางคนได้ไม่มากพอ เพราะเรายังไม่เข้าใจเขา แต่เราไม่จำเป็นต้องรอ เราเพียงต้องกลับไปหาพระองค์ผู้ทรงรักเราอย่างสมบูรณ์ แล้วขอให้พระองค์รักคนคนนั้นผ่านเรา เพราะท้ายที่สุดแล้วเราไม่ได้รักคนอื่นด้วยความสามารถในการเข้าใจของเรา แต่เรารักด้วยความรักที่เราได้รับจากพระองค์ และบางทีความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด อาจไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นหลังจากเราเข้าใจทุกอย่าง แต่อาจเป็นความรักที่พูดว่า

YOU MAY ALSO LIKE

ฉันเรียนรู้เคล็ดลับในการจัดการเวลา

ฉันเรียนรู้เคล็ดลับในการจัดการเวลา

WRITER: คริสตีน อี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ช่วงบ่ายแก่ๆ ฉันยังคงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ฉันควรต้องแก้ไขบทความสำหรับอัพบนเว็บไซต์ให้เสร็จ ส่วนลูกชายของฉันกำลังเล่นรถของเล่นของเขาไปทั่วห้องรับแขก...

3 นิสัยที่คุณไม่รู้ว่าคุณต้องกำจัดออกไป

3 นิสัยที่คุณไม่รู้ว่าคุณต้องกำจัดออกไป

WRITER: มิชเชล ออง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR/ EDITOR: Mustard Seed Team ฉันค้นพบว่าการตั้งปณิธานหรือเป้าหมายสำหรับปีใหม่ (New Year’s Resolutions) เหมือนจะกลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เหตุผลหลักเลยคือ รายการสิ่งที่ต้องทำของฉันนั้นสามารถคาดเดาได้...

อย่าลืมดูแผนที่เมื่อต้องเดินทาง

อย่าลืมดูแผนที่เมื่อต้องเดินทาง

WRITER: nnattha.s EDITOR: Mustard Seed Team ถ้าหากเปรียบเทียบชีวิตเป็นเสมือนการเดินทางในเส้นทางหนึ่ง มีช่วงเวลาตั้งแต่เกิดเสมือนการเริ่มต้นเดินทาง มีช่วงเวลาระหว่างทางเป็นเสมือนการเติบโตของชีวิต และมีจุดหมายปลายทางเป็นเสมือนเป้าหมายสุดท้ายของชีวิต...

Share This