fbpx

13/07/2021

จะรอคอยคำตอบจากพระเจ้าอย่างไรให้มีความสุข

ARTIST: Meri Morning
ARTWORK TYPE/MEDIUM: Ilustration

ถ้าพูดถึง “การรอคอย” เอาเข้าจริงคงไม่ค่อยมีใครชอบเท่าไรนัก เพราะในระหว่างที่เรารออะไรสักอย่าง เรามักมีความสุขแบบไม่เต็มร้อย หมายถึงเรามักจะมีอารมณ์เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในระหว่างที่เรารอคอย ซึ่งพระเจ้าไม่ปรารถนาให้เรารอคอยด้วยความรู้สึกแบบนั้น

เราสามารถเลือกได้ว่า “เราจะรอคอยพระเจ้าด้วยอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ แล้วแต่สถานการณ์ตามที่ตามองเห็นหรือความรู้สึกขณะนั้นๆ” หรือว่า “เราจะรอคอยพระเจ้าด้วยใจที่มีความสุข”

“แล้วเราจะรอคอยพระเจ้าอย่างมีความสุขได้อย่างไร”

1. ระหว่างรอ…ขอบคุณพระเจ้ากับสิ่งที่มีอยู่หรือเป็นอยู่

การขอบคุณพระเจ้าทำให้เราระลึกอยู่เสมอว่าพระเจ้าทรงแสนดีกับชีวิตของเราขนาดไหน และอย่างไร และยังเป็นการบอกพระองค์ด้วยว่าเราดีใจที่เราได้รับสิ่งเหล่านี้จากพระองค์

ลองคิดกลับกันเล่นๆ ดูว่าถ้าเรายังไม่เรียนรู้ที่จะขอบคุณพระเจ้าและพอใจกับสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ในวันนี้ พระเจ้าจะให้สิ่งต่างๆ เพิ่มเพื่อให้เรามีเรื่องไม่พอใจหรือกังวลใจเพิ่มขึ้นอย่างนั้นหรอ?

และถ้าในตอนนี้เรารู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไร ฉันก็ไม่สามารถมีความสุขได้หรอกถ้าพระเจ้าไม่ให้สิ่งนี้กับฉัน…ขอหนุนใจให้ลองเปิดตากว้างและมองไปรอบๆ ถึงสิ่งอื่นๆ ที่พระเจ้าทรงกระทำให้เราในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  เช่น ไปห้างสรรพสินค้าวันนี้รถเยอะมากเลย แต่ฉันได้ที่จอดรถด้วย…ขอบคุณพระเจ้า เป็นต้น 

2. ระหว่างรอ…ลองออกไปช่วยเหลือคนอื่น

บางทีการที่เราได้ออกไปช่วยเหลือคนอื่น ทำเพื่อคนอื่น มันอาจทำให้เรารู้สึกดีและมีความสุขได้อย่างเหลือเชื่อ ดั่งคำกล่าวที่บอกไว้ว่า “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ”  (กิจการ 20:35)

ให้เราเริ่มต้นมองหาใครสักคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือและเรามีภาระใจอยากจะช่วย ให้ลองเข้าไปหาเขาดู เราอาจได้รับความสุขอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน แต่ถ้าเราไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่มีภาระใจใดๆ กับใคร ณ ตอนนี้ ทำไมเราไม่ลองเริ่มทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ดูล่ะ เช่น ทิ้งขยะลงถัง หรือแม้กระทั่งส่งยิ้มเล็กๆ ให้คนอื่น เป็นต้น เพราะฉะนั้นให้เราออกไปช่วยเหลือคนอื่นด้วยความรัก ความเต็มใจ ด้วยใจปราณี การทำแบบนี้ก็เป็นการทำให้พระเจ้าพอพระทัยอีกด้วย

3. ระหว่างรอ…พัฒนาตัวเองเพื่อเตรียมรับกับสิ่งที่จะมาถึง

คริสเตียนเรียนรู้ว่าเมื่อเราทูลขอ เราควรเชื่อว่าจะได้รับตามที่ทูลขอด้วย เพราะฉะนั้นให้เราเชื่อว่าเราได้รับสิ่งนั้นๆ แล้ว เช่น เราทูลขอพระเจ้าเรื่องการไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ได้ไปทันที แต่เราเชื่อว่าพระเจ้าจะประทานให้ เราจึงไปพัฒนาทักษะด้านภาษา ค้นหาความรู้ แนวทางการใช้ชีวิตในต่างประเทศ หรือไปทดสอบความรู้ทางภาษา ดูข้อมูลมหาวิทยาลัย เตรียมหลักฐานเอกสารต่างๆ เพื่อที่เมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าประทานให้ เราก็จะไม่พลาด เป็นต้น และถ้าเราสังเกตให้ดี เมื่อไหร่ที่เรามีความสามารถใหม่ๆ หรือมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เรามักจะรู้สึกดีและมีความสุขกับตัวเองด้วย

4. ระหว่างรอ…วางใจในพระเจ้า

มีความจริงอยู่ 2 ประการที่เราควรเรียนรู้ ประการแรกพระเจ้าไม่รีบร้อน และประการที่สองพระเจ้าไม่เคยสาย เราจึงสบายใจได้ว่าพระเจ้าจะให้ในเวลาที่เหมาะสมเสมอ ไม่เร็วเกินไปจนส่งผลไม่ดีต่อเรา และไม่ช้าจนเราพลาดอะไรดีๆ ไป เมื่อเรารู้สึกกลัว ตื่นตระหนก หรือรู้สึกแย่ ซึ่งบางทีมันอาจเกิดขึ้นในแบบที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ให้เราระลึกถึงความแสนดีที่พระเจ้าเคยทำให้เราทันที ให้เราวางใจว่าแผนการของพระเจ้านั้นดีที่สุด และดีเกินกว่าที่เราคิดไว้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าระหว่างทางสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้จะเป็นไปตามที่พระเจ้าสัญญาไว้กับเรา และมันจะเจ๋งกว่าแน่ๆ เหมือนอย่างที่หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันว่าทำไมพ่อแม่ถึงไม่ให้ลูกวัยประถมขับรถล่ะ เพราะเรารู้ว่าวัยนั้นยังไม่เหมาะกับการขับรถ ไหนจะการรับมือกับอุบัติเหตุ ไหนจะเรื่องของสติ ถ้าลูกได้ขับในตอนนั้นละก็…มันจะให้โทษมากกว่าให้คุณ เพราะฉะนั้นเหตุผลมีแค่เพราะลูกยังไม่พร้อม แต่ถามว่าวันหนึ่งเมื่อลูกพร้อม ลูกจะได้ขับรถไหม ลูกจะได้ขับแน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อพระเจ้าสัญญาว่าจะมอบสิ่งใดให้ พระองค์ก็จะให้ในแบบที่ดีที่สุดแน่นอน ขอเพียงเราไว้วางใจพระเจ้า และเมื่อเราไว้วางใจผู้ที่ทรงรักเรามากมายว่าจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเรา เราก็จะมีความสุขขึ้นเพราะไม่ต้องกังวลอะไร ในเอเฟซัส 3:20 ขอให้พระเกียรติมีแด่พระองค์ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่งได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิดไว้
อิสยาห์ 55:11 คำของเราที่ออกจากปากของเราจะไม่กลับมาสู่เราเปล่า แต่จะสัมฤทธิ์ผลซึ่งเรามุ่งหมายไว้ และให้สิ่งซึ่งเราใช้ไปทำนั้นจำเริญขึ้น

YOU MAY ALSO LIKE

พระเจ้ากล้าสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ได้อย่างไร?

พระเจ้ากล้าสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ได้อย่างไร?

WRITER: อเล็กซ์ สตาร์ก ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: Mustard Seed Teamอเล็กซ์ สตาร์ก เป็นศิษยาภิบาลของคริสตจักรนิวไลฟ์ (Newlife Church) คริสตจักรตั้งอยู่ที่บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ภูมิหลังของเขามีความเกี่ยวข้องกับ OCCA the Oxford...

พระเจ้ามีแผนการสำหรับชีวิตของเราหรือไม่?

พระเจ้ามีแผนการสำหรับชีวิตของเราหรือไม่?

WRITER: คอนสแตนซ์ โอโปกู ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Pornsura LowachirahutEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ถ้าคุณอยากได้ภาพถ่ายหอบาเบลในศตวรรษที่ 21 คุณควรไปที่ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อไม่นานมานี้...

รักด้วยการปฎิเสธและให้ขอบเขตแสดงความห่วงใย

รักด้วยการปฎิเสธและให้ขอบเขตแสดงความห่วงใย

WRITER: จาเนล ไบรเทนสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Natty GraceEDITOR: Thitikarn Nithiuthai (Mesy) ฉันยังจำฤดูร้อนที่สดใสคราวนั้นได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นฉันกำลังมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมปลาย ขณะที่สมองน้อยๆ...

MUSTARD SEED

Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®

Privacy Policy

MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.

ABOUT US

We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.

® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.

CONNECT WITH US

          

OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)

Share This