fbpx
WRITER: YMI ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR/EDITOR: MUSTARD SEED TEAM

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2021 เราหวังว่าปีใหม่จะเป็นปีที่ดีขึ้น และพอผ่านมาสักพักมันเหมือนจะมีความหวัง – เราสามารถกลับมานั่งทานอาหารได้ในร้าน เราจะสามารถไปโบสถ์ได้อีกครั้ง และการเดินทางที่กำลังจะเกิดขึ้น เรากำลังรอด้วยความตื่นเต้น! และเร็วๆ นี้แหละชีวิตก็จะกลับสู่ภาวะปกติอย่างที่เคยเป็น

โธ่ ความรู้สึกตื่นเต้นหายไปและข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการระบาดของโควิดระลอกใหม่ยิ่งทำให้เครียด สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ และข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นทำให้เรารู้สึกเหมือนกับกลับมาอยู่จุดเดิม มันไม่ใช่แค่โควิด-19 ที่ทำให้เรารู้สึกแย่ แต่ทั้งการยิงกราดในสหรัฐอเมริกา การรัฐประหารในพม่า และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์…

มันรู้สึกเหมือนกับโลกกำลังหมุนเป็นเกลียวจนไม่สามารถควบคุมได้ และมันไม่ง่ายเลยที่จะไม่รู้สึกหมดหนทาง วิตกกังวล หรือหมดแรง

บางที นั่นก็อธิบายสภาวะจิตใจของพวกเราหลายคนในตอนนี้ พวกเราพบว่าเรากำลังรู้สึกเหมือนติดอยู่ในวัฏจักรของความไม่แน่นอน และสูญเสียการควบคุมชีวิตของเรา ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่ที่โลกจะดีขึ้น… หรือเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างที่เราจำได้ก่อนหน้านี้หรือเปล่า

นักสังคมวิทยา โครีย์ คีเยส (Corey Keyes) ให้คำจำกัดความสำหรับอารมณ์ร่วมนั้น: สภาวะอิดโรยทางใจ (languishing) – “คือช่องว่างระหว่างสภาวะซึมเศร้า (depression) และสภาวะเจริญเปี่ยมสุข (flourishing) – การขาดความสุขหรือมีชีวิตที่ดี” มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ “ระหว่างอารมณ์ความรู้สึก (ที่) ปราศจากแรงจูงใจและทำให้ความสามารถในการจดจ่อลดลง”

แต่ความต้องการต่างๆ ในชีวิตของเราไม่ลดน้อยลงเลย และตอนนี้พวกเราหลายคนรู้สึกเหมือนกับว่าเราก็แค่ติดอยู่ในกิจวัตรประจำวัน จัดการกับความตึงเครียดจากข่าวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีอะไรให้ตั้งตารอ แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อที่พวกเราจะดำเนินชีวิตต่อไปได้?

นี่คือเคล็ดลับบางประการที่จะช่วยเราต่อสู้กับความรู้สึกอ่อนล้า:

1. กลับเข้ามาในที่ที่ปลอดภัย

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญอยู่ เราอาจไม่สามารถกลับไปมีวันหยุดหรือไปเที่ยวเพื่อที่จะพักเบรกจากความจริงในแต่ละวันได้ แต่กษัตริย์ดาวิดย้ำเตือนเราในพระธรรมสดุดี 62:5-8 การหยุดพักไม่ใช่เพียงแค่การหาพื้นที่ (หรือหลบหนีจากใครบางคน) แต่คือการเรียนรู้ที่จะสร้างพื้นที่สำหรับพระเจ้าในใจของเรา สถานที่ที่เราสามารถถอยกลับเข้ามาแม้ในยามที่เราเผชิญปัญหา ที่ที่เราสามารถพบกับสันติสุขที่ไม่สั่นคลอนที่เกินความเข้าใจ (ฟีลิปปี 4:6)

จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยพระเจ้าเท่านั้น
เพราะความหวังของข้าพเจ้ามาจากพระองค์
พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลาและความรอดของข้าพเจ้า
ทรงเป็นป้อมปราการของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหว
สวัสดิภาพและเกียรติของข้าพเจ้าอยู่ที่พระเจ้า
ศิลาแข็งแกร่งและที่ลี้ภัยของข้าพเจ้าคือพระเจ้า
ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา
จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์
พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา

หากคุณกำลังรู้สึกผิดหวังและหมดแรง ทำไมไม่หยิบเอาพระคำจากพระธรรมสดุดีเล่มโปรดของเราและ “จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์” (ข้อ8)? ยอมรับความสับสนวุ่นวายของความผิดหวัง ความกลัว และความเสียใจที่ปั่นป่วนในใจเรา และยอมให้พระองค์นำเรา “นอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด” และ “ริมน้ำแดนสงบ” (สดุดี 23:2) เพื่อเราจะได้พักผ่อนและเติมความสดชื่นให้กับจิตวิญญาณของเรา

2. ปรับสมดุลข่าวร้ายด้วยข่าวดี

ถ้าหากเรามัวแต่เสพข่าวร้ายๆ ก็ไม่ประหลาดใจเลยที่เราจะรู้สึกเหมือนกับบ่อน้ำแห่งความโศกเศร้า

นักศาสนศาสตร์ คาร์ล บาร์ธ เขียนไว้ว่า “หยิบพระคัมภีร์และหนังสือพิมพ์ของคุณ และอ่านทั้งสองอย่าง แต่ตีความหนังสือพิมพ์จากพระคัมภีร์ของคุณ”

ถ้าข่าวร้ายๆ ทั้งหมดนั้น บทความที่เป็นพิษต่างๆ หรือความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียกำลังมีผลกระทบต่อจิตใจของคุณและกำลังทำให้คุณวิตกกังวล ปิดการแจ้งเตือนซะและเอามือถือไปวางไว้ข้างๆ ใช้เวลาสักพักรับเอาข่าวดีจากพระคัมภีร์ แล้วคุณจะได้รับการหนุนใจว่าพระเจ้านั้นทรงมั่นคง สัตย์ซื่อ เป็นจริง และมีอำนาจสูงสุดตลอดมาในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

3. ใช้ชีวิตแบบกลับด้าน

เราอาจรู้สึกติดขัดทั้งฝ่ายร่างกายและอารมณ์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเฉื่อยชาฝ่ายจิตวิญญาณ ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้มาก่อน ครูหรือผู้สอนในพระธรรมปัญญาจารย์ได้ย้ำเตือนเราว่า “ไม่มีสิ่งใดใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์” (ปัญญาจารย์ 1:9) และก็เหมือนกับคนหลายรุ่นก่อนหน้าเราที่ต้องเผชิญกับการระบาดของไข้หวัด สงครามโลก และภัยพิบัติอีกมากมาย และแข็งแกร่งขึ้นเพราะสิ่งต่างๆ เหล่านั้น มันย้ำเตือนเราว่ามีเวลาและฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และสักวันหนึ่ง ฤดูกาลนี้ก็จะผ่านพ้นไป

ในขณะที่อนาคตอาจดูไม่แน่นอน เรายังสามารถทำฤดูกาลที่เราเผชิญอยู่ให้ดีที่สุดได้ยังไง..?จุดประสงค์ของพระเจ้าสำหรับฤดูกาลนั้น นี่คือคำถามที่อาจช่วยให้เราดำเนินชีวิตด้วยความตั้งใจจริงมากกว่าแค่ตอบสนองความต้องการในแต่ละวัน

1. คุณจะใช้ชีวิตของคุณแตกต่างออกไปอย่างไรถ้าคุณรู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ (ซึ่งอาจดูเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้) แต่วันหนึ่งมันจะผ่านพ้นไป?

2. อะไรที่คุณอยากจะจดจำเมื่อมองย้อนกลับมาถึงช่วงเวลานี้?

3. คุณต้องการให้พระคำพระเจ้าปั้นแต่งนิสัย การตัดสินใจ และการใช้ชีวิตของคุณอย่างไร?

4. ช่วยกันและกันเพื่อให้เห็นว่าพระเจ้ากำลังทำการอย่างไรในชีวิตของพวกเรา

ไร้ชีวิตชีวา ไม่แน่ใจ พอกันที มันเข้าใจได้ถ้าหากคุณกำลังมีความรู้สึกทั้งสามอย่างนี้ก เพราะความจริงแล้วมันยากมากๆ ที่จะนับพระพรหรือเห็นว่าพระเจ้าทำงานในชีวิตของเราจริงๆ อย่างไรในช่วงเวลาแบบนี้

แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เราต้องติดสนิทกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องฝ่ายวิญญาณ

ถ้าหากคุณกำลังหลีกเลี่ยงเพื่อนที่เคยเชิญคุณให้เข้าร่วมกลุ่มสนทนากันในซูมทำไมไม่ลองตอบรับคำเชิญและใช้โอกาสนี้เพื่ออธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันล่ะ? ไม่มีอะไรจะเหมือนกับการมีใครสักคนมาแบ่งเบาภาระของคุณและอธิษฐานให้คุณ คอยเตือนคุณว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว

ไหนๆ ก็ได้ประชุมซูมแล้ว ลองเริ่มบทสนทนากับเพื่อนของคุณหรือเพื่อนๆ ในกลุ่มเซลที่จะช่วยให้เรามองเห็นสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำอยู่เบื้องหลัง และใช้วันเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้เพื่อเสริมสร้างความเชื่อของเรา และหล่อหลอมเราให้สมบูรณ์ตามพระฉายของพระองค์ (โรม 5:3-4)

ใช้เวลากับเพื่อนๆ ในการถามคำถามที่ลงลึกและยากที่จะตอบบ้าง เช่น:

1. หัวใจและความเชื่อของคุณเป็นอย่างไรบ้างในฤดูกาลนี้?

2. คุณกำลังดิ้นรนต่อสู้กับอะไรในฤดูกาลนี้?

3. มีวิธีการใดบ้างที่ฉันจะสามารถแสดงความรักให้กับคุณได้ในฤดูกาลนี้?

เราอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมของเราได้ แต่เราสามารถวางใจในสิ่งที่พระเจ้าจะทำในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอน และเชิญให้พระองค์เข้ามาครอบครองชีวิตของเรา (ครอบครองอยู่เหนือทุกสถานการณ์ในชีวิตของเรา)

5. อยู่กับสิ่งที่นำความชื่นชมยินดีมาให้คุณ

เวลานี้เมื่อปีที่แล้ว กล้ามเนื้อที่เราสร้างขึ้นจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ตอนนี้อาจจะย้วยและเหี่ยวลง เครื่องทำขนมและอุปกรณ์ศิลปะต่างๆ ที่เราสะสมไว้อาจจะกองอยู่ใต้ฝุ่นหนาๆ แต่ด้วยมาตรการที่กระชับขึ้นอีก เราทุกคนแค่ต้องการสิ่งง่ายๆ ธรรมดาๆ เพื่อที่แต่ละวันของเราบนโลกนี้จะสดใสขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มอ่านหนังสือที่คุณกองเตรียมไว้ว่าจะอ่าน หรือต่อจิ๊กซอว์ 1,000 ชิ้นที่ยังไม่ได้เริ่มให้สำเร็จ มันไม่มีข้อเสียอะไรเลยที่จะหยิบสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาอีกครั้งและสร้างนิสัยเหล่านั้นขึ้นมาใหม่

ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่ดีที่จะเริ่มงานอดิเรกใหม่ๆ เป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารสูตรใหม่ หรือเรียนรู้ทักษะที่ปีที่แล้วไม่มีโอกาสได้เรียนรู้! การทำในสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะช่วยให้เราก้าวต่อไปได้ และยังมอบสิ่งใหม่ๆ ให้เราตั้งตารอคอย ใครจะรู้ คุณอาจจะค้นพบพรสวรรค์บางอย่างที่ซ่อนอยู่หรือของประทานที่พระเจ้ามอบให้กับคุณ

 6. เพิ่มพูนความมีน้ำใจและปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตา

ในขณะที่พวกเราบางคนอาจเพลิดเพลินกับการมีตารางเวลาที่สบายๆ หรือการทำงานที่บ้านอีกครั้ง มีหลายคนในพวกเราที่อาจผิดหวังกับกฎข้อจำกัดใหม่ๆ ไม่ว่าจะเพราะข่าวล่าสุดที่ทำให้การจัดงานแต่งงานของพวกเขาต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง หรือสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่อาจไม่ได้เอื้ออำนวยที่สุด หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับครอบครัวของพวกเขา

หากเราได้สัมผัสถึงความอบอุ่นผ่านความเมตตาและการมีน้ำใจจากเพื่อนของเราในอดีต ถึงเวลาแล้วที่จะเลิกคิดถึงแต่ตัวเองและดูว่าเราจะขยายความรักของพระเจ้าไปยังผู้อื่นได้อย่างไร (ฟีลิปปิ 2:4) ใช้เวลาในการเช็คว่าสุขภาพจิตของเพื่อนๆ ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ลองรับฟัง หรือสั่งอาหารดิลิเวอรี่ไปให้ครอบครัวที่กำลังลำบากกับความจำเป็นที่จะต้องทำงานอยู่ที่บ้าน และช่วยเหลือลูกๆ ของเขาในการเรียนที่บ้าน

7. สร้างจังหวะชีวิตที่เหมาะสมสำหรับคุณ

เพราะการทำงานที่บ้านกลายเป็นสิ่งที่ยากสำหรับเราที่จะแยกพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สำหรับการทำงาน มันไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ทำงานมากขึ้นเมื่อไรก็ตามที่สามารถทำได้ อันที่จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ช่างน่าท้ายทายและคาดเดาไม่ได้นี้ เราควรจะจัดสรรกิจวัตรเพื่อช่วยลดความเครียดของเราลง และมีมาตรการควบคุมในแต่ละวัน

ใช้เวลาสร้างกิจวัตรที่เหมาะสำหรับคุณ -อย่ากังวลถ้าหากมันเหมือนจะแตกต่างจากของเพื่อน- และแน่ใจว่าเรากำหนดขอบเขตที่เหมาะสม กินอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ

คุณอาจจะพบว่าการจดบันทึกประจำวันหรือบันทึกเรื่องราวของสิ่งต่างๆ ที่คุณทำสำเร็จในแต่ละวันนั้นมีประโยชน์ หรือทำให้คุณรู้สึกขอบพระคุณ (เพียงแค่รอดชีวิตมาได้หนึ่งสัปดาห์โดยไม่รับประทานอาหารในร้านก็นับด้วย!) ความสำเร็จและสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อเรามองย้อนกลับถึงสิ่งที่เราได้ทำ เราอาจจะสามารถรับรู้ได้จริงๆ ว่าพระเจ้าทรงทำการในเราอย่างไรในแต่ละวันและทรงจัดเตรียมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับเรา (สดุดี 103:2)

สิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมอธิษฐาน (1 เธสะโลนิกา 5:16-18)

ให้เรายังคงมีความหวัง…ใช้เวลานี้อธิษฐานด้วยกัน

ข้าแต่พระบิดาการระบาดจะจบลงเมื่อไหร่? ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใด สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย และมันยากที่จะอยู่อย่างมีความหวังในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะสิ้นหวัง โปรดช่วยพวกเราไม่ให้มองที่สิ่งต่างๆ รอบตัวเราและให้พวกเรามองไปที่พระองค์แทน โปรดเตือนใจเราว่าโลกนี้ไม่ใช่บ้านของเรา และโปรดช่วยให้พวกเราก้าวเดินอย่างชาญฉลาด ใช้เวลาชีวิตให้คุ้มค่า โปรดประทานพระคุณและกำลังจากพระองค์เพื่อที่เราจะผ่านแต่ละวันไปได้ อาเมน

YOU MAY ALSO LIKE

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดตามพระเยซู 4 ประการ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดตามพระเยซู 4 ประการ

WRITER: ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team การติดตามพระเยซูคืออะไร? คือการทำตามหน้าที่ ‘ต้องทำสิ่งนี้’ และ ‘ควรทำสิ่งนั้น’ เพียงแค่นี้หรือเปล่า? บางครั้ง มุมมองของเราต่อการใช้ชีวิตคริสเตียนสามารถกลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ...

ถ้าพระเจ้าดีและมีอยู่จริงแล้วทำไมคริสเตียนถึงยังฆ่าตัวตาย?

ถ้าพระเจ้าดีและมีอยู่จริงแล้วทำไมคริสเตียนถึงยังฆ่าตัวตาย?

WRITER: แม๊กซ์ เจนกานาธาน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team การเริ่มต้นของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรามาก ทุกสิ่งที่มนุษย์แสวงหาเพื่อเป็นรากฐาน ของอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการงานของเรา ความมั่นคงทางการเงิน...

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเกี่ยวอะไรกับชีวิตของฉันตอนนี้?

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเกี่ยวอะไรกับชีวิตของฉันตอนนี้?

WRITER: เคเซีย ลูอิส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team เมื่อ 20 ปีที่แล้วฉันตัดสินใจติดตามพระเยซู ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การพูดคุยเรื่องพระเจ้ากับผู้เชื่อคนอื่นๆ เป็นเรื่องปกติในชีวิต...

Share This