fbpx

16/06/2021

ฉันจะวางใจในพระเจ้าเมื่อชีวิตไม่แน่นอนได้อย่างไร?

ARTIST: Mustard Seed x @turning29project 
ARTWORK TYPE/MEDIUM: Ilustration
ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI

“คนหลายพันคนจะเสียชีวิต นี่จะเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ พวกเราต่างไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับวิกฤตครั้งนี้”

ประมาณสองเดือนก่อน ฉันได้เดินทางบนเที่ยวบินเที่ยวสุดท้ายจากประเทศออสเตรียกลับบ้านไปยังประเทศอังกฤษ ช่วงเวลาที่รัฐบาลออสเตรียได้ประกาศปิดเมืองชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า การก้าวขึ้นไปบนเครื่องบินที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารที่กังวลและลูกเรือที่นิ่งเงียบครั้งนี้เป็นประสบการณ์การเดินทางที่ไม่ลงตัวและลืมไม่ลง ในหลายวันที่ผ่านมาฉันเกาะติดอยู่กับข่าว หน้าของฉันเป็นประกายทุกครั้งที่ได้อัพเดทข่าวโรคระบาดโควิด-19 และฉันพบว่าตัวเองกำลังสงสัยว่าพระเจ้าจะใช้วิกฤตที่น่าตื่นตระหนกนี้เพื่อสิ่งดีได้อย่างไร

บางทีในช่วงชีวิตที่ผ่านมา พวกเราต่างจำเป็นที่จะต้องวางใจในพระเจ้า ไม่ใช่เพราะมันเป็นสิ่งที่เราควรทำ แต่เป็นเพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้

จงมอบทางของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ จงวางใจในพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงช่วยท่าน (สดุดี 37:5)

แต่ราเชล ฉันจะสามารถวางใจในพระเจ้าสำหรับวันพรุ่งนี้ได้อย่างไรในเมื่อวันนี้ยังไม่แน่นอนเลย?

ฉันดีใจนะที่คุณถาม ไม่ใช่เพราะว่าฉันมีคำตอบ แต่เป็นเพราะหลายวันที่ผ่านมาพระเจ้าทรงใจเย็นกับฉันและทรงสอนให้ฉันมีวินัยที่มั่นคงในความเชื่อ จากกระบวนการของฉันที่ผ่านมา มันพิสูจน์ได้ว่าฉันยังมีเส้นทางอีกยาวไกล แต่ฉันก็อยากจะส่งต่อสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มา

การวางใจคือการปล่อยมือจากความต้องการที่จะควบคุม

ถ้ามีความหมายอย่างหนึ่งที่ได้จากข้อความนี้ นั่นก็คือ ไม่มีอะไรในชีวิตนี้ที่แน่นอนนอกจากพระเจ้า ไม่ใช่สุขภาพ อาชีพการงาน การวางแผนเที่ยว หรือตารางวันหยุดของฉัน มันช่วยเน้นย้ำกับฉันว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเหนือการควบคุมของฉัน และสำหรับฉันนั่นคือเหตุผลว่าทำไมโคโรน่าไวรัสถึงน่ากลัว

การวางใจในพระเจ้า โดยเฉพาะในยามที่โลกกลับตาลปัตร คือการทบทวนความจำในเรื่องสถานะของเราบนโลกใบนี้ (คำใบ้: พวกเราไม่ใช่พระเจ้า) และความต้องการของเราที่จะละทิ้งภาพของการควบคุมไว้กับผู้หนึ่งที่สามารถมองเห็น รับรู้ และทำได้ทุกอย่าง

มันหมายถึงการยอมรับความจำกัดของตัวเราเอง และการเชื่อในพระสัญญาว่าพระเยซูได้ทรงชนะโลกนี้แล้ว และพระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเราอย่างมีชัย ไม่ใช่แค่ชัยชนะเหนือโรคภัยแต่ยังเป็นชัยชนะเหนือความกลัวด้วย ในช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกวิตกกังวล แทนที่จะตื่นตระหนก ฉันพยายามที่จะมองว่ามันเป็นโอกาสดีที่จะปรับโฟกัสไปยังสิ่งที่จะเตือนใจฉัน ว่าพระเจ้าทรงครอบครองอยู่เหนือทุกสถานการณ์ หนึ่งในข้อพระคัมภีร์ที่หนุนใจฉันในตอนนี้คือ ยอห์น 16:33

เราได้บอกเรื่องนี้กับพวกท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงมีใจกล้าเถิด เพราะว่าเราชนะโลกแล้ว

การวางใจคือสิ่งที่เราต้องยึดมั่นในทุกวัน

ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นเหมือนกันไหม แต่ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าแต่ละวันเป็นเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา ทุกเช้าของฉันเต็มไปด้วยรายการ “สิ่งที่ต้องทำ ฉันจะยอมจำนนต่อความวิตกกังวลก็ต่อเมื่อการแจ้งเตือน ข่าวด่วน ดังขึ้นในมือถือของฉัน 

ทันใดนั้น เสียงเพลงนมัสการที่ฉันฟังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ถูกกลบด้วยเสียงของความตื่นตระหนก นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันมั่นใจมากกว่าเดิมว่า การวางใจในพระเจ้านั้นไม่ง่ายเลยและจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนในทุกๆ วัน

เหมือนกับการที่คุณต้องแปรงฟันหรือดื่มกาแฟในตอนเช้านั่นแหละ การวางใจในพระเจ้าคือการฝึกฝนการเชื่อฟังในทุกๆ วัน มันคือการอุทิศตัวเพื่อการนมัสการ การยอมจำนนต่อความต้องการที่จะรู้ทุกๆ เรื่องของตัวเอง และเชื่อฉันสิ นี่มันเป็นบททดสอบที่ยากในการเรียนรู้ โดยเฉพาะเมื่อแต่ละวันนั้นดูเหมือนจะไม่แน่นอนมากกว่าวันพรุ่งนี้ซะอีก

บางครั้งฉันก็ไม่ได้วางใจในพระเจ้า บางวันมันง่ายเหลือเกินที่จะเลือกความกังวลก่อนความเชื่อ แต่การวางใจในพระเจ้าเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือไม่ใช่ความรู้สึก เพราะความรู้สึกของเราจะเปลี่ยน แต่การเลือกที่จะวางใจในพระเจ้าเป็นการกระทำของความเชื่อ พูดไปพร้อมกับฉันนะ ฉันจะเรียนรู้ที่จะเชื่อวางใจในพระเจ้า มากกว่าความรู้สึกของตัวเอง

การวางใจคือการเชิญพระเจ้าเข้ามาในปัญหา

สิ่งหนึ่งที่คั่นระหว่างการไว้วางใจพระเจ้าอย่างสุดใจคือความรู้สึกที่ผิดๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงในชีวิตของฉัน เหมือนที่ได้บอกไปแล้วข้างต้นว่าฉันมีนิสัยที่อยากจะรู้ไปซะทุกเรื่อง (ฉันเรียกมันว่า ความสงสัยเล็กๆ น้อยๆ ส่วนสามีของฉันเรียกมันว่า ปัญหา) เมื่อสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตมันมากมายเหลือเกิน ฉันรู้สึกเหมือนถูกให้ตั้งคำถามว่า ทำไม?” เมื่อไม่นานมานี้ ฉันก็เพิ่งได้รู้ว่าฉันถามผิดคำถามมาโดยตลอด

แทนที่จะถามว่า ทำไมคะพระเจ้า?” ฉันคิดว่าเราควรจะถามว่า อะไรคะพระเจ้า?” มากกว่า

พระเจ้า พระองค์กำลังพยายามที่จะสอนอะไรลูกผ่านสถานการณ์นี้?

ตอนนี้พระเจ้ากำลังตรัสอะไรกับลูก?

ในอนาคตที่ไม่แน่นอนพระเจ้ามีแผนการอะไรสำหรับลูก?

ในฤดูแห่งความยากลำบากนี้อะไรคือสิ่งที่พระองค์อยากให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองและพระองค์?

ในการถามพระเจ้าว่า อะไร แทนที่จะถามว่า ทำไม ฉันเชื่อว่าเราจะลบภาพตัวเราเองออกจากบริบทของเหยื่อ และเชิญพระเจ้าให้เข้ามาทำงานในชีวิตของเราแทน มันเป็นเรื่องปกติมากสำหรับการตอบสนองของมนุษย์ที่จะสงสัยว่าทำไมสิ่งที่ไม่ดีถึงเกิดขึ้น แต่แทนที่จะพยายามแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง พระเยซูอยากให้เราเชิญพระองค์เข้ามาในปัญหาของเรา เพราะเหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าและไม่มีวิธีการกักตัวใดจะสามารถหยุดพระองค์ในการเข้ามาใกล้เราได้

ตอนนี้ ในแต่ละวันของฉัน พระเจ้ากำลังท้าทายฉันไม่ให้จมปลักอยู่กับความกลัว ฉันได้เรียนรู้ว่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันได้ให้เวลาที่มีค่าของฉันสูญเปล่าไปกับความคิดลบๆ และความกลัว ทำไมฉันจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันไปกับการอ่านข่าวโคโรน่าไวรัส ซึ่งทำให้ฉันกังวลและตื่นตระหนกด้วย ในเมื่อฉันสามารถทำสิ่งอื่นที่มีค่ากับชีวิต เช่น การร้องเพลงนมัสการ หรือการคุยกับเพื่อนสนิท

ในวันที่ความกังวลและความเครียดต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมันหนักเกินที่ฉันจะแบกรับไหว

ฉันพยายามที่จะค่อยๆ คิดใคร่ครวญ โดยมีความเชื่อวางใจว่าพระเยซูทรงเข้าใจและทรงรับรู้ทุกความคิดและความรู้สึกของฉัน

และไม่ว่าจะเป็นตอนที่ฉันกำลังอาบน้ำ หรือหายใจเข้าลึกๆ ในขณะดื่มชามะลิอยู่ ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนจากความกังวลเกี่ยวกับข่าวไวรัสโคโรน่าหรืออ่านหัวข้อข่าวในหนังสือพิมพ์ ไปเป็นการทำอะไรที่มีผลดีต่อความคิดและร่างกาย เช่น การใคร่ครวญข้อพระคัมภีร์ที่หนุนใจ

ในตอนนี้ ชีวิตไม่ได้หมายถึงการตอบคำถามที่ไม่มีคำตอบ แต่มันหมายถึงสิ่งเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณที่ล้วนเกี่ยวข้องกับทุกก้าวเล็กๆ โลกทั้งใบอาจจะหยุดนิ่ง แต่จำไว้ว่าพระเจ้าไม่ได้หยุดนิ่ง พระองค์ยังคงทำงานอยู่

YOU MAY ALSO LIKE

ของประทานฝ่ายวิญญาณของคุณคืออะไร? – คำถามที่ฉันมักหวาดหวั่นอยู่เสมอ

ของประทานฝ่ายวิญญาณของคุณคืออะไร? – คำถามที่ฉันมักหวาดหวั่นอยู่เสมอ

WRITER: คิว แจ็คสัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์EDITOR: ฤกษ์สิน เขมสุนทร ของประทานฝ่ายวิญญาณของคุณคืออะไร? นี่คือคำถามที่ฉันถูกถามมาโดยตลอดในการเข้ากลุ่มเซลล์หลายครั้ง คำถามและบทสนทนาเหล่านั้นมันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจอยู่เสมอ...

คริสเตียนสามารถเล่นสนุกได้แค่ไหน

คริสเตียนสามารถเล่นสนุกได้แค่ไหน

WRITER: โจนาธาน มาล์ม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: Natty Grace EDITOR: สุพิชชา จันทสุทธิบวร คุณรู้ไหม ผมไม่เคยคิดว่าผมจะรู้สึกสนุกกับชีวิตมากไปกว่าช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้เลย ผมประกอบอาชีพอิสระ และภรรยาของผมกำลังเรียนต่ออยู่...

สรุปปัญญาจารย์บทที่ 9:13-12:14

สรุปปัญญาจารย์บทที่ 9:13-12:14

อ่านบทเฝ้าเดี่ยวฉบับเต็มได้ที่นี่October 11, 2021October 12, 2021October 13, 2021October 14, 2021October 15, 2021October 15, 2021October 16, 2021October 17, 2021October 18, 2021October 19, 2021October 20, 2021October 20, 2021October 21, 2021October 22, 2021October 23,...

MUSTARD SEED

Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®

Privacy Policy

MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.

ABOUT US

We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.

® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.

CONNECT WITH US

          

OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)

Share This