WRITER: พรพรรณ ตรีศิริพิศาล
EDITOR: Mustard Seed Team
หลายๆ ครั้ง ที่เราเริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง อาจเป็นงานใหม่ ธุรกิจใหม่ หรือออกจากงานประจำมาทำในสิ่งที่เรารัก เราอาจได้ยินคนรักหรือคนรอบข้างเราตั้งคำถาม
“จะไหวหรอ ทำไม่ได้หรอกมั้ง”
“ทำแบบนี้ แล้วจะเอาอะไรกิน มันไม่มั่นคง กลับไปหางานประจำดีกว่า”
“เป็นไปไม่ได้หรอก อย่าไปทำเลย”
หลายๆ คนที่ฟังอาจเอาคำสบประมาทหรือคำดูถูกเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดัน แรงขับเคลื่อนเพื่อไปสู่จุดหมายของเรา เราอยากพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เราก็ทำได้นะ เดี๋ยวจะทำให้ดู ไม่เชื่อใช่ไหม วันนึงคนที่พูดแบบนี้จะต้องกลับคำพูด!
การต้องการพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเรามีความสามารถ เราทำได้ และความคิดของเราถูกต้องนั้นเป็นการแสวงหาการยอมรับจากมนุษย์ เราพิสูจน์เพราะเราต้องการการยอมรับจากคนรอบข้าง เราอยากจะบอกเขาว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราไม่ได้เป็นคนเดิมแบบเมื่อก่อน เราทำได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระเจ้าทรงยอมรับเราแล้ว พระองค์ทรงรับรองเราแล้ว เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็นอีก
ในพระธรรม 2 ทิโมธี 2:15 ระบุไว้ว่า “จงอุตส่าห์ถวายตัวท่านเองที่พระเจ้าทรงรับรองแล้วแด่พระองค์ เป็นคนงานที่ไม่อับอาย สอนพระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง”
ให้เราเชื่อในหัวใจว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า เราเป็นที่ยอมรับแล้ว เราเป็นคนที่พระเจ้ารับรองแล้ว เราเป็นคนที่พระเจ้าเลือกแล้ว และถึงแม้คนรอบข้างจะไม่เชื่อมั่นในตัวเรา ไม่ไว้วางใจเรา แต่เรารู้ว่าพระเจ้ารู้จักตัวตนของเราและเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังทำมากที่สุด
แต่ในขณะเดียวกัน พระเจ้าไม่ต้องการให้เราทำอะไรโดยที่ไม่ได้คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ พระองค์ประสงค์ให้เราใช้สติปัญญาและความสามารถของเราอย่างเต็มที่ การที่คนรอบข้างพูดแบบนั้น ให้นึกเสมอว่าเขาปรารถนาดีและเป็นห่วงเรา เขาแค่ไม่อยากเห็นเราเสียใจและผิดหวัง และให้รับฟังและนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อทำออกมาให้ดียิ่งขึ้น
ในพระธรรม 2 ทิโมธีที่กล่าวข้างต้น ฉบับอ่านเข้าใจง่าย แปลว่าแบบนี้คือ “จงพยายามอย่างเต็มที่ในฐานะคนที่พระเจ้ารับรองแล้ว”
ดังนั้น การงานดีทุกอย่างที่เราต้องการทำ จงทำมันอย่างเต็มที่ (DO YOUR BEST) และทำโดยรับรู้ว่าเราได้รับการรับรองจากพระเจ้าแล้ว ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ให้ใครเห็น เราทำเต็มที่เพื่อให้พระเจ้าได้รับเกียรติ ให้เรายินดีมอบแผนการนั้นไว้กับพระองค์ เพื่อพระองค์จะสถาปนาแผนการนั้นให้ประสบความสำเร็จ (สุภาษิต 16:3)
หากเราเป็นคนหนึ่งที่เห็นคนรอบข้างกำลังเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและไม่ใช่ความบาป) อย่าเอาความกลัวของเราไปใส่ให้เขา เพราะความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากมาร ให้เราอธิษฐานร่วมกันกับเขา เชื่อมั่นไปกับเขา ยืนเคียงข้าง พยุงเขาในวันที่เขาเหนื่อยและท้อ
ตอนที่ฉันและครอบครัวตัดสินใจมารับใช้ที่กัมพูชา พ่อของฉันไม่เห็นด้วย ถึงแม้เขาจะเป็นคริสเตียน แต่เขามีความคิดว่าเราสามารถรับใช้ได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องไปกัมพูชา คนไทยก็ยังต้องการข่าวประเสริฐเช่นกัน พอได้ฟังอย่างนั้นก็รู้สึกเสียใจ แต่สามีก็เตือนสติฉันว่าพ่อเขารักและเป็นห่วงเรา แต่เราต้องเลือกสิ่งที่ทำให้พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่มนุษย์ ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่ พ่อก็แอบสนับสนุนเราอย่างลับๆ ตลอด ไม่ต้องการให้เรารู้ จนแม่แอบมากระซิบว่า “อันนี้พ่อให้มานะ” จนผ่านมาสองปี พ่อบอกว่า ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมเราถึงต้องมารับใช้ที่กัมพูชา เวลาเจอเพื่อนๆ ก็จะบอกด้วยความภูมิใจเสมอว่าตอนนี้ลูกสาวรับใช้อยู่ประเทศกัมพูชา และมักจะหนุนใจให้รับใช้อย่างเข้มแข็งทุกครั้งที่เราคุยโทรศัพท์กัน ฉันขอบคุณพระเจ้าเสมอสำหรับโอกาสที่ได้มารับใช้ที่นี่ และขอบคุณพระเจ้าสำหรับกองกำลังสนับสนุนผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน เพราะมันทำให้ฉันได้รับรู้ว่าฉันไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางนี้เพียงคนเดียว
สุดท้าย อย่าให้เราใช้คำสบประมาทเป็นแรงผลักดันให้เราประสบความสำเร็จ แต่จงใช้ถ้อยคำของพระเจ้าเป็นแรงบันดาลใจในการทำทุกสิ่ง ว่าเรานั้นเป็นที่ยอมรับแล้ว และพระเจ้าจะสถาปนาแผนการของเราให้ประสบผลสำเร็จ
YOU MAY ALSO LIKE
7 สิ่งที่คุณควรอธิษฐานเผื่อ (แต่อาจไม่ได้อธิษฐาน)
WRITER: ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: อาเกียว เมื่อเร็วๆ นี้คุณได้อธิษฐานในเรื่องอะไรบ้าง? เป็นการอธิษฐานวิงวอนและสรรเสริญตามปกติ ขอให้พระเจ้าทรงช่วยในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ หรือขอบคุณเกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์ทรงทำ?...
8 วิธีในการเสริมสร้างมิตรภาพกับพระเจ้า
WRITER: ราฟาเอล แซง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR : เฮจี คิม EDITOR: อาเกียว ฉันรักที่จะมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าในฐานะบิดา และสรรเสริญพระองค์ในฐานะกษัตริย์ ฉันอยากที่จะทำตามพระเยซู ผู้เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด...
สิ่งที่ฉันเข้าใจผิดเกี่ยวกับพระคุณ
WRITER: เนล ลิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ EDITOR: Mustard Seed Team ตอนที่ฉันอายุยี่สิบต้นๆ ฉันได้นั่งคุยกับพี่เลี้ยงของฉันและขอร้องให้เธอช่วยอธิบายการทำงานของพระคุณพระเจ้าให้ฉันเข้าใจ ในช่วงนั้นชีวิตมันไม่ได้ง่ายเลย...


