fbpx
WRITER: แอคเนส ลี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: เฮจี คิม
EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันมุ่งหน้าไปที่ประตูทางเข้าด้านหลังที่ใช้สำหรับทีมนมัสการ เพราะฉันมาสายและก็ยากที่จะหาที่นั่ง ฉันมองไปเห็นที่ว่างตรงกลางของแถวสุดท้าย ฉันเลยจำเป็นที่จะต้องรบกวนคนที่นั่งอยู่เพราะต้องเดินแทรกเข้าไปในแถวนั้น การกระทำเช่นนี้ฉันรบกวนผู้คนที่จดจ่ออยู่กับพระเจ้าในระหว่างที่ผู้นำนมัสการกำลังอธิษฐานอยู่

จากบ้านของฉันเดินไปที่คริสตจักรแค่เพียงไม่กี่นาที แต่ฉันก็ไม่มีวินัยพอที่จะตื่นตรงเวลาเลย ฉันเตือนตัวเองให้ตื่นเช้าและออกก่อนเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็แทบจะไปทันเวลาไม่ได้เลย แต่จริงๆ แล้วฉันคิดบ่อยครั้งว่าฉันสามารถออกจากบ้านได้สายอีกสักนิดโดยการเดินเร็วเพื่อชดเชยเวลา (แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น)

วันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ฉันตระหนักได้ว่าฉันพลาดที่จะไปให้ทันเวลาเริ่มนมัสการ ฉันเริ่มที่จะโกรธตัวเองและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถไปนมัสการพระเจ้าตั้งแต่เพลงแรกได้ ยิ่งไปกว่านั้นฉันรู้สึกแย่ที่ไปรบกวนสมาชิกคนอื่นระหว่างที่ทุกคนกำลังนมัสการอีกด้วย

สักพักทีมนมัสการก็เล่นเพลง “ความดีของพระองค์ (Goodness of God – Bethel Music) ในท่อนคอรัสนั้นร้องว่า “ตลอดชีวิตของฉันพระองค์ทรงสัตย์ซื่อ ตลอดชีวิตของฉันพระองค์ทรงแสนดี ด้วยลมหายใจที่ฉันมีอยู่ ฉันจะร้องถึงความดีของพระองค์…” คำร้องเหล่านี้นั้นได้เตือนใจฉันว่า ผู้ที่นมัสการพระองค์จะต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง (ยอห์น 4:24)

ถ้าหากฉันร้องเพลงว่าพระเจ้าดี ภายในใจและจิตวิญญาณของฉันนั้นคงต้องเข้าถึงพระองค์ ไม่เช่นนั้นการร้องเพลงของฉันจะเป็นการร้องที่ว่างเปล่า

ดังนั้นฉันเลยอธิษฐานว่า “พระเจ้า ลูกกำลังรู้สึกแย่กับตัวเองตอนนี้ โปรดช่วยขจัดสิ่งที่กำลังหลบซ่อนอยู่ เพื่อที่ลูกจะสามารถจดจ่ออยู่กับพระองค์” 

เมื่อฉันเริ่มที่จะคิดถึงความดีของพระองค์ในชีวิต ฉันนึกถึงค่ำคืนที่มืดมนเหล่านั้นที่ฉันเคยประสบในช่วงที่ฉันทุกข์ใจกับชีวิตการแต่งงาน เวลาที่ฉันได้ทำทุกสิ่งให้วุ่นวายเพราะอารมณ์ที่ไม่ดีของฉัน พระเจ้าทรงเห็นฉันผ่านคืนวันนั้นและพระคำของพระองค์ช่วยทำให้ฉันเข็มแข็งพอที่จะเผชิญหน้าในแต่ละวัน พระองค์พิสูจน์แล้วว่าพระคุณของพระองค์นั้นเพียงพอแล้วสำหรับฉัน (2 โครินธ์ 12:9)

เนื้อเพลงพาฉันวนกลับไปสู่ความทรงจำเหล่านั้น และฉันรู้สึกว่าพระองค์กำลังพูดกับฉันอีกครั้งว่า “เรารู้ว่าเจ้าจะพลาด ลูกเอ๋ย นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เรามา เมื่อใดที่เจ้ากำลังสงสัย ให้เจ้านึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เรามีร่วมกัน”

เมื่อฉันทำชีวิตแต่งงานยุ่งเหยิง พระเจ้าทรงช่วยเหลือฉันผ่านอารมณ์ที่ไม่ดีของฉัน และฟื้นฟูชีวิตแต่งงานของฉัน พระเจ้าทรงสามารถจัดการความยุ่งเหยิงเหล่านี้ของฉันได้และจะทรงช่วยเหลือในการพ่ายแพ้ต่อเนื้อหนัง และการไปโบสถ์สายอย่างต่อเนื่องของฉัน ในขณะที่ฉันยอมจำนนในจิตใจอย่างเงียบๆ และขอบคุณพระเจ้าสำหรับการให้อภัยและพระคุณของพระองค์ที่ทรงฟื้นฟูฉัน ความโกรธที่ฉันรู้สึกนั้นก็หายไป

แม้ว่าการไปโบสถ์สายในเช้าวันอาทิตย์อาจดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน ฉันกลับมีประสบการณ์กับพระคุณของพระเจ้าที่เต็มล้นในเช้าวันนั้น เมื่อฉันสารภาพและยอมจำนนกับพระองค์ในเรื่องการมาสาย

แม้ว่าฉันจะมีข้อบกพร่องและพลาดในหลายๆ เรื่อง ก็ไม่มีสิ่งใดขัดขวางพระเจ้าได้ และพระองค์ยังคงทรงเขียนเรื่องราวความช่วยเหลือเหนือข้อผิดพลาดของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พระองค์ไม่เคยดูถูกก้าวเล็กๆ ของฉันในการเติบโตเพื่อเป็นเหมือนพระองค์ อันที่จริง ฉันได้รับการเตือนมากยิ่งขึ้นให้จดจ่อกับนิมิตของฉันในพระคริสต์ และพึ่งพาพระองค์เพื่อที่จะเอาชนะข้อบกพร่องของตัวเอง และมุ่งสู่ความบริสุทธิ์ (1 เปโตร 1:16) ในขณะที่ฉันทำสิ่งเหล่านี้ พระเจ้าจะทรงเปลี่ยนฉันให้เป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น (2 โครินธ์ 3:18) การตระหนักถึงเรื่องนี้กระตุ้นให้ฉันอธิษฐานอีกครั้งว่า “พระเจ้าโปรดทรงช่วยให้ลูกเห็นแก่พระองค์มากขึ้นและเห็นแก่ตัวเองน้อยลง”

การอธิษฐานเช่นนี้กระตุ้นให้ฉันดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ และค่อยๆ ช่วยให้ฉันเอาชนะปัญหากับการไปโบสถ์สายในเช้าวันอาทิตย์ เมื่อใดก็ตามที่ฉันถูกล่อลวงให้กลับไปมีนิสัยเก่าๆ ฉันนึกถึงพระเจ้า ผู้ที่ทรงช่วยให้ฉันพ้นจากความอับอายและการถูกลงโทษ แล้วสิ่งนี้จะช่วยให้ฉันจดจ่อกับพระองค์และความดีของพระองค์ โดยอาศัยการพึ่งพาพระวิญญาณที่จะช่วยให้ฉันตัดสินใจในทางที่พระองค์จะยินดี ฉันไม่อยากที่จะไปสายอีกต่อไปโดยที่ไม่มีเหตุผลที่ดีพอ!

YOU MAY ALSO LIKE

คริสเตียนสามารถที่จะรักและตัดสินผู้อื่นได้หรือไม่?

คริสเตียนสามารถที่จะรักและตัดสินผู้อื่นได้หรือไม่?

WRITER: คริสติน อี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ เสียงเพลงนมัสการที่โบสถ์วันอาทิตย์นับว่าดี มีเพียงเสียงเพี้ยนครั้งเดียวเท่าที่ฉันนับได้ และคนที่ยืนอ่านพระวจนะบนธรรมาสน์นั้นก็ออกเสียงถูกต้อง พอศิษยาภิบาลเริ่มเทศนา...

ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง

ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง

WRITER: เจ.ที.เอ็มEDITOR: Mustard Seed Team ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเองคือการที่เราพยายามจะเลียนแบบและอยากจะเป็นอย่างคนอื่นไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ โดยเราเองจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม...

การดำเนินชีวิตคริสเตียนแท้ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

การดำเนินชีวิตคริสเตียนแท้ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

WRITER: เฟธ ฮานัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: วิวรรธน์ ศรีธนางกูร เราได้ยินคำพูดที่ใช้สร้างกำลังใจให้ตัวเอง เช่น “ให้เป็นตัวของคุณเอง” “จงเป็นตัวของตัวเอง” และ “ใช้ชีวิตอย่างที่เป็นตัวคุณเอง” อยู่ตลอดเวลา...

Share This