fbpx
WRITER: จอร์แดน ดิเฟอร์นันโด้ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: เฮจี คิม
EDITOR: ณัฐรวี ยุ้งทอง

อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฉัน อาการแพนิคโจมตีเป็นประจำ ตามมาด้วยข้อสงสัยและความไม่เชื่อหลายๆ อย่าง ฉันเคยเผชิญกับความบอบช้ำทางจิตใจในแบบที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ และนั่นทำให้ฉันล้มลงหลายต่อหลายครั้ง

ฉันมักจะรู้สึกเหมือนกำลังเต้นรำกับมาร ราวกับว่ามารได้เลือกการทรมานนี้ให้แก่ฉัน ในช่วงปีที่สองของการเรียนที่วิทยาลัย ความทรมานนั้นได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงนี้ คนขี้อายอย่างฉันได้เลือกเรียนร้องเพลงในโรงเรียนมัธยม ภายใต้คำแนะนำของครูสอนร้องเพลง ฉันสนใจการร้องโอเปร่า ซึ่งเป็นการแสดงตัวตนว่าฉันเป็นใคร จากดนตรีที่มีอายุยาวนานหลายศตวรรษ

ในขณะที่ฉันเลือกเรียนต่อโอเปร่าในวิทยาลัย ฉันจำได้ว่าฉันเผชิญปัญหาในการถ่ายทอดอารมณ์ที่สำคัญ สำหรับเพลงเฉพาะอย่าง O Del Mio Dolce Ardor มันเป็นเพลงรักที่ผสมผสานความหลงใหลและความเจ็บปวดเข้าด้วยกัน และฉันก็ไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์นั้นได้ เมื่อฉันเริ่มขุดลึกลงไปในหัวใจของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกไร้ค่า มีมลทิน และความสิ้นหวังที่ฉันคิดว่าฉันเก็บเอาไว้ในใจก็ล้นทะลักออกมา ฉันเริ่มที่จะปิดกั้นตัวเองจากเพื่อนและครอบครัว

การต่อสู้ทางจิตใจทำให้ฉันลืมความเป็นจริง และฉันก็ลาออกจากวิทยาลัย ฉันนอนอยู่บนเตียงทั้งวันทั้งคืน ฉันอยู่ในหมอกควันที่ฉันไม่สามารถแยกออกได้ หมอกหนากว่าที่ฉันเคยเห็น ฉันเกลียดการเปิดใจกับผู้อื่น เพราะผู้คนไม่เคยเข้าใจสิ่งที่ฉันเผชิญ สำหรับฉันมันง่ายกว่าที่จะซ่อนตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพราะนั่นทำให้ฉันผิดหวังน้อยกว่า

การ์ดใบนั้น

แม้ฉันจะรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับฉัน แต่ชีวิตของฉันก็กำลังพังทลายลง ฉันติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง หมดหนทางที่จะกลับไปสู่แสงสว่าง แต่แล้ววันหนึ่ง ท่ามกลางความเจ็บปวดของฉัน ก็มีคนยื่นมือเข้ามาหาฉัน

ฉันได้รับการ์ดใบหนึ่ง ฉันอ่านมัน แล้วก็เก็บมันให้พ้นๆ ไป การ์ดใบนั้นไม่มีความหมายใดๆ กับฉันในวันนั้น

หลายสัปดาห์ต่อมา ในคืนหนึ่ง ฉันถูกอาการแพนิคโจมตีอย่างน่าหวาดกลัว ฉันตื่นมานั่งบนเตียง เหงื่อท่วมไปทั้งตัว หายใจไม่ออก ใจสั่น ทุกอย่างดูตึงเครียดมาก ฉันจำได้ลางๆ ว่าฉันกำลังหาบางอย่างในหนังสือ ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังมองหาอะไรอยู่ แต่ฉันคว้าพระคัมภีร์ออกมา เมื่อเริ่มพลิกดู การ์ดใบนั้นก็หล่นลงมา ฉันเปิดมันอีกครั้ง และคราวนี้ ฉันซึมซับทุกคำ

คนที่เขียนการ์ดกำลังพูดถึงชีวิตฉัน เธอเขียนไว้ว่า เธอเชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดของพระเจ้ายังมาไม่ถึง พระองค์ทรงเตรียมฉันให้พร้อมสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงเก็บรักษาไว้ และเธอภูมิใจในตัวฉัน คำพูดเหล่านี้ทำให้ฉันประทับใจ เป็นครั้งแรกที่แสงสว่างที่แท้จริง เริ่มส่องผ่านกำแพงที่ฉันสร้างขึ้นรอบๆ ตัว

ในขณะนั้นเอง ฉันตระหนักได้ว่าถ้าฉันสามารถใช้ประสบการณ์ชีวิตของฉันพูดกับผู้อื่นได้ การที่ฉันมีชีวิตอยู่ก็มีคุณค่า ทุกคืนที่นอนไม่หลับคงจะมีจุดประสงค์บางอย่าง และความเจ็บปวดแต่ละครั้งจะได้รับการพิสูจน์ในพระนามของพระเยซู เพราะฉันสามารถใช้ความเจ็บปวดของฉันเทความรักอันทรงพลังเข้ามาในชีวิตของผู้คนทั่วโลก การ์ดใบนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับตัวฉัน

การ์ดหลายใบ

คืนนั้น ฉันจึงลุกขึ้นนั่งและเขียนการ์ดหลายสิบใบถึงกลุ่มคนแปลกหน้า การ์ดแต่ละใบมีคำพูดหรือข้อพระคัมภีร์ที่หนุนใจและคำยืนยันบางคำ วันต่อมา ฉันนำการ์ดเหล่านี้ไปสุ่มแจกไว้รอบๆ เมือง

คำพูดเป็นสิ่งที่ทรงพลัง และมีอำนาจโดยผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้า พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ชีวิตฉันไม่ได้เปลี่ยนด้วยกระดาษเพียงแผ่นเดียว แต่เนื้อหาที่ถูกเขียนในนั้นได้เปลี่ยนหัวใจของฉันไปตลอดกาล เป็นครั้งแรกในระยะเวลานานที่ฉันเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อว่าฉันสามารถใช้ความเจ็บปวดของตัวเองสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้อื่นได้

ทุกวันนี้ การสุ่มแจกการ์ดนี้มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า การ์ดแสดงความเห็นใจ (Compassion Cards) เป็นการเคลื่อนไหวของผู้คนที่อยู่ในภารกิจที่จะใช้ประสบการณ์ของตนเองเพื่อช่วยผู้อื่น การ์ดใบเล็กๆ เหล่านี้ได้แพร่หลายไปทั่วสหรัฐอเมริกา และไกลออกไปถึงแอฟริกาตะวันออก

เรื่องราวของคุณเป็นอย่างไร

บางทีคุณอาจอยู่ในการเดินทางที่คล้ายกัน บางทีคุณอาจต่อสู้กับคำโกหกที่อาการซึมเศร้า หรืออาการแพนิคโจมตีคุณ คุณอาจมีความสัมพันธ์ที่เป็นพิษหรือกระทั่งประสบการณ์ที่ถูกข่มเหง คุณก็เหมือนฉัน คุณอาจเชื่อว่าชีวิตของคุณไม่มีค่าและเวลาของคุณก็ไร้ประโยชน์ ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อจะบอกคุณว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นความจริง! พระเจ้าพาฉันออกจากความพังพินาศที่น่าหดหู่และโดดเดี่ยว และทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่ทุ่มเทให้กับคนที่รู้สึกเหมือนที่ฉันเคยเป็น พระองค์ทรงปลูกฝังความปรารถนาที่จะรับใช้ผู้คนทั่วโลก และพระองค์เองก็มีจุดประสงค์สำหรับคุณเช่นกัน

ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา จะได้เก็บเกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องยินดี (สดุดี 126:5)

เรื่องราวของฉันถูกปลูกด้วยหยาดน้ำตา ฉันร้องทูลพระเจ้ามาเป็นเวลาหลายปี ว่าพระเจ้าจะทรงใช้ฉันจากเรื่องนี้ได้อย่างไร ? ทั้งหมดที่ฉันทำไปคือเลิกล้ม ร้องไห้ และวิ่งหนี สิ่งที่ตลกเกี่ยวกับพระเจ้าคือ พระองค์สามารถเปลี่ยนสิ่งที่ไม่มีคุณค่านั้นให้มีคุณค่าขึ้นมาได้ สิ่งใดที่ฉันปลูกจากความเศร้าโศก ตอนนี้ฉันก็กำลังเก็บเกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องแห่งความชื่นชมยินดี ฉันคิดเสมอว่าฤดูกาลเหล่านั้นในชีวิตของฉันไม่สำคัญ แต่ดูสิว่าพระองค์ทรงทำอะไรกับสิ่งเหล่านี้! ความเจ็บปวดของฉัน การถูกข่มเหงของฉัน ความเศร้าโศกของฉัน? หากไม่มีสิ่งเหล่านั้น เวลานี้ในชีวิตของฉันก็จะไร้ประโยชน์

ขอให้คุณอย่าสงสัยในการเรียบเรียงเสียงประสานของพระเจ้า พระองค์กำลังประพันธ์บทเพลงซิมโฟนีที่แสนหวานจากเถ้าถ่านของชีวิตคุณ ท่วงทำนองอาจจะเจ็บปวด แต่ระหว่างทางคุณจะพบกับความชื่นชมยินดีที่มีมากกว่าการทดลองในปัจจุบัน เวลาของคุณมีความสำคัญต่อพระเจ้า คุณพร้อมหรือยังที่จะให้พระองค์ทรงนำ?

YOU MAY ALSO LIKE

จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรลาออก

จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรลาออก

WRITER: แอนดรูว์ แลร์อาด ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐฤทัย อาสาประโคนEDITOR: Mustard Seed Team แอนดรูว์ ทำงานอยู่กับ City Bible Forum ในประเทศออสเตรเลีย และเป็นผู้ดูแลโครงการ Life@Work...

ฉันออกจากงานเพื่อสุขภาพจิตของฉัน

ฉันออกจากงานเพื่อสุขภาพจิตของฉัน

WRITER: เกรซ ลิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team เพื่อนร่วมงานที่ชอบแทงข้างหลัง หัวหน้างานที่ไม่เอาใจใส่ ภาระงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถจัดการได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันลาออกจากงาน...

เมื่อพระเจ้ามาผิดเวลา

เมื่อพระเจ้ามาผิดเวลา

WRITER: คริสเทิล กังกาดีน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ส้มจี๊ด “ฉันจะเรียนจบมหาวิทยาลัย หางานดีๆ ทำ และแต่งงานตอนอายุ 24” เพื่อนของฉันคาดการณ์อย่างมั่นใจ ระหว่างที่กลุ่มเรานั่งคุยกันช่วงอาหารกลางวันในโรงเรียนมัธยมปลายหญิงล้วน...

Share This