fbpx
WRITER: YMI ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์
EDITOR: ฟูโยะ

คุณเคยรู้สึกหมดแรงบ้างไหม? เหมือนชีวิตที่ถูกถาโถอย่างมากมายและไม่มีเรี่ยวแรงที่ทำอะไรเลย? มีบ้างไหมวันที่แม้แต่การแปรงฟันก่อนเข้านอนยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายาม?

ไม่ใช่คุณคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น เราทุกคนล้วนมีช่วงเวลาเหล่านั้น แม้แต่ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าก็ ยังเคยมีช่วงเวลาที่ตกต่ำ! เอลียาห์ หนึ่งในผู้เผยพระวจนะในพันธสัญญาเดิม เคยผ่านจุดที่ตกต่ำถึงขนาดว่าเขาทูลขอให้พระเจ้ารับชีวิตเขาไป(1 พงศ์กษัตริย์ 19:4)

แล้วเราจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรในวันที่ชีวิตนั้นไม่มีแรง? คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาเหล่านั้น

1. หยุดพัก: ยอมรับว่าคุณกำลังหมดไฟ

สิ่งแรกเลยที่เอลียาห์ทำคือการยอมรับว่าเขากำลังหมดไฟ ที่จริงแล้วเขาบอกกับพระเจ้าด้วยซ้ำว่าเขาเหนื่อยมากถึงขั้นอยากให้พระเจ้ารับเขาไป “เขาพบต้นซากต้นหนึ่ง จึงนั่งลงใต้ต้นซากนั้นและอธิษฐานให้ตัวเองตายเสีย เขากล่าวว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ทนมามากพอแล้ว ขอทรงเอาชีวิตของข้าพระองค์ไปเถิด ข้าพระองค์ก็ไม่ดีไปกว่าบรรพบุรุษของข้าพระองค์” (1 พงศ์กษัตริย์ 19:4)

เราเป็นแค่เพียงมนุษย์ มีเพียงไม่กี่สิ่งที่เราสามารถทำได้ ความรู้สึกเหนื่อยและอ่อนล้าเป็นสิ่งหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ในโลกที่แตกสลายใบนี้ การละเลยความรู้สึกเหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์กับชีวิตของเรา ให้เรานำเคล็ดลับจากเรื่องของเอลียาห์ไปใช้อย่างซื่อสัตย์ และยอมรับว่าบ่อยครั้ง เราไม่สามารถทำมันได้ทุกเรื่อง เราจะรับมือกับปัญหาได้ ก็ต่อเมื่อเรายอมรับว่าเรานั้นมีปัญหา

2. นอนหลับ: พักผ่อนให้เพียงพอ

หลังจากที่บอกกับพระเจ้าว่าเขารู้สึกอย่างไร เอลียาห์ก็ “อนลงใต้ต้นซากและหลับไป” (1 พงศ์กษัตริย์ 19:5) เราอาจสามารถที่จะอยู่ดึกๆ สักคืนสองคืนเพื่อให้งานบางอย่างเสร็จสิ้นได้ฉันใด เราก็ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนฉันนั้น

ในตอนที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์ทรงให้มีท่วงทำนองของการทั้งทำงานและการพักผ่อน(ปฐมกาล 1:5, 2:2) เราถูกสร้างมาให้ทำงาน และเราถูกสร้างมาให้พัก ไม่ต้องรู้สึกผิดหากเราต้องการที่จะพักผ่อน พระเจ้าสร้างเราให้ต้องการพักผ่อน เอาเข้าจริงงานที่เราทำหลังจากที่เราพักผ่อนอย่างเต็มที่มักออกมาดีกว่าเสมอ

3. กิน: บำรุงร่างกายของคุณ

ในขณะที่เอลียาห์นอนหลับ “มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาแตะต้องตัวเขาและบอกว่า “จงลุกขึ้นและรับประทานอาหาร” (1 พงศ์กษัตริย์ 19:5)

การกินและดื่มไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล็กๆ อันที่จริงแล้ว มันสำคัญมากจนพระเจ้าส่งผู้สื่อสารจากสวรรค์มาเตือนเอลียาห์แถมยังเตรียมขนมปังกับน้ำไว้ให้เขาอีกตะหาก(1 พงศ์กษัตริย์ 19:6)!

พระเจ้าสร้างเราให้เป็นสิ่งมีชีวิต และนั้นเป็นสิ่งที่ดีและสวยงาม(1 ปฐมกาล 1:31) ด้วยการเป็นสิ่งมีชีวิตนั้น เราจำเป็นต้องได้รับการบำรุงทางด้านกายภาพด้วย ไม่แน่ตอนนี้อาจเป็นเวลาที่ดีที่จะให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารเช้ามื้อใหญ่ จิบชาตอนบ่าย หรือการออกไปปิกนิก การได้รับประทานอาหารที่ร่างกายต้องการจะช่วยให้เราได้ชาร์จพลัง

4. แสวงหา: ขอกำลังจากพระเจ้า

เสร็จจากมื้อแรกเอลียาห์หลับอีกหนึ่งตื่นและกินต่ออีกหนึ่งมื้อ จากนั้นเขา “ดินทางเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืนจนมาถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า” (1 พงศ์กษัตริย์ 19:8)

นอกจากการใส่ใจในความต้องการทางกายภาพ เราต้องตรวจสอบความต้องการฝ่ายจิตวิญญาณเหมือนกัน เพราะท้ายสุดแล้วใครเล่าสามารถนำทางเราในวันที่เราหลง(มัทธิว 7:7)? เสริมกำลังในวันที่เราอ่อนล้า(อิสยาห์ 40:29)? ประทานพระคุณอย่างเพียงพอให้แก่เราในสถานการณ์ต่างๆ (2 โครินธ์ 12:9)?

ยามเมื่อเราเหนื่อยล้า หมดแรง และแห้งเหี่ยว ให้เราแสวงหาการพักสงบในองค์พระผู้เป็นเจ้า ให้เราเล่าให้พระองค์ฟังถึงปัญหาด้วยรู้ว่าพระองค์ทรงสดับฟังและห่วงใยเรา ให้เราขอกำลังจากพระองค์เพราะมันอาจจะยากเกินไปสำหรับเรา แต่มันไม่เคยยากเกินไปสำหรับพระเจ้า

5. ก้าวเดิน: หาเพื่อนร่วมทาง

หนึ่งเหตุผลที่เอลียาห์รู้สึกท้อแท้ คือเขารู้สึกเหมือนว่ามีแค่เขาเพียงลำพังที่ยังคงเดินติดตามพระเจ้า(1 พงศ์กษัตริย์ 19:14) แต่พระเจ้าทรงเล้าโลมจิตใจเขาและสำแดงให้เห็นว่ายังมีอีกตั้ง 7,000 คนในอิสราเอลที่ไม่ยอมก้มหัวต่อพระเทียมเท็จ

ก็เหมือนกับเอลียาห์ เราไม่ได้อยู่อย่างลำพัง พระเจ้าวางเราไว้อยู่ท่ามกลางเหล่าพี่น้อง เราสามารถเข้าหาและขอให้คนอื่นๆ ช่วยเดินร่วมไปกับเราเมื่อรู้สึกอ่อนล้า อย่างน้อยที่สุด เราสามารถบอกพี่น้องในพระคริสต์ของเราว่า “ฉันเหนื่อยจังเลย ช่วยเดินไปกับฉันสักหน่อยสิ”

เหมือนกับที่เราไปหาเพื่อนๆ และเล่าปัญหาให้ฟัง เราตระหนักว่าเราไม่ได้เผชิญสิ่งนั้นเพียงลำพัง คนอื่นๆ ก็มีประสบการณ์คล้ายๆ เรา พวกเขาพร้อมที่จะเดินไปกับเรา พวกเขาพร้อมที่จะเข้าใจ

เมื่อเรารู้สึกหมดแรง อาจเป็นเรื่องยากที่จะได้หลับลึก ทานอาหารที่ดี ได้ใช้เวลากับพระเจ้าและเพื่อนๆ แต่เรื่องราวของเอลียาห์นั้นได้หนุนใจเราว่าขนาดผู้เผยพระวจนะยังต้องการปัจจัยง่ายๆ เหล่านี้ มันคือความต้องการพื้นฐานของชีวิต! ลงมือทำเลยสิ จัดเวลาเพื่อการพักผ่อน หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสดชื่นและเพิ่มพลังให้กับเราสำหรับวันพรุ่งนี้ 

YOU MAY ALSO LIKE

ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง

ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง

WRITER: เจ.ที.เอ็มEDITOR: Mustard Seed Team ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเองคือการที่เราพยายามจะเลียนแบบและอยากจะเป็นอย่างคนอื่นไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ โดยเราเองจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม...

การดำเนินชีวิตคริสเตียนแท้ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

การดำเนินชีวิตคริสเตียนแท้ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

WRITER: เฟธ ฮานัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: วิวรรธน์ ศรีธนางกูร เราได้ยินคำพูดที่ใช้สร้างกำลังใจให้ตัวเอง เช่น “ให้เป็นตัวของคุณเอง” “จงเป็นตัวของตัวเอง” และ “ใช้ชีวิตอย่างที่เป็นตัวคุณเอง” อยู่ตลอดเวลา...

จะทำอย่างไรเมื่อคุณชอบเปรียบเทียบ

จะทำอย่างไรเมื่อคุณชอบเปรียบเทียบ

WRITER: บรี รอสทิค ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: Mustard Seed Team ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จำไม่ได้แล้วว่าเด็กผู้หญิงคนแรกที่ฉันมองไปที่เขาแล้วรู้สึกกับตัวเองว่าเขาช่างน่ารักกว่าฉันจัง...

Share This