fbpx
WRITER: ฮานส์ แอนโทนี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR/EDITOR: ทิพย์สุพร ชาน

“ปัญหาเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิต” จริงหรือ? ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจเราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงปัญหาได้จริงหรือ? ช่วงเวลาที่เราไม่ต้องเจอกับปัญหาเลยคือช่วงเวลาที่เราหมดลมหายใจและจากโลกนี้ไปแล้ว…

ปัญหาของปัญหาทั้งหลายคือ หลายครั้งที่เราปล่อยให้มันมาเบี่ยงเบนความความสนใจของเราไปจากสิ่งที่สำคัญที่สุด ทำให้เราเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความวุ่นวายในชีวิต เราจมปลักอยู่กับปัญหาเหล่านั้น จากนั้นก็เกิดเป็นความเครียดจนหาทางออกจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ได้ ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องรู้จักวิธีการที่จะรับมือกับมัน ผมจึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวกับ 5 วิธีในการรับมือกับความเครียดมาหนุนใจทุกคนให้ลองทำกันดู

1. ให้เราอธิษฐาน

เราคงเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ในฐานะคริสเตียนเรารู้ว่าการอธิษฐานเป็นช่องทางที่เราสามารถพูดคุยและร้องทูลต่อพระเจ้าได้เมื่อเผชิญกับปัญหาและความกดดันจากความเครียด เราถูกเตือนให้อธิษฐานและขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า แต่ในทางปฏิบัตินั้นเราเลือกที่จะอธิษฐานก่อนจริงๆ ไหม? หรือว่าบ่อยครั้งที่เราพยายามจะหาทางออกด้วยตัวเราเองหรือมองหาคนอื่นให้ช่วยแก้ปัญหาของเรา

ผมจำได้ถึงสถานการณ์ความเครียดที่ผมต้องเผชิญในปี 2012 บริษัทของผมต้องจ่ายเงินประมาณ 100 ล้านรูเปียห์เนื่องจากผมคำนวณผิดพลาดเกี่ยวกับการชำระภาษีสำหรับสินค้านำเข้าของบริษัท ตามตรรกะแล้วปัญหายิ่งใหญ่มากเท่าไหร่คุณจะวิ่งไปหาพระเจ้าเร็วเท่านั้นไม่ใช่หรือ? ผมเสียเวลาไปกับการหาทางแก้ไขปัญหานั้นด้วยตัวเอง จนกระทั่งผมรู้ตัวว่าผมไม่มีทางออกให้กับปัญหานั้นแล้วจริงๆ

เรารู้ว่าในพระคัมภีร์ได้สอนว่าให้เราจดจ่ออยู่ที่พระเจ้าและจงมอบภาระของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ (สดุดี 55:22) และยังบอกกับเราว่าอย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลยแต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ (ฟิลิปปี 4:6) แต่ทว่าเรากลับไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าพระเจ้าห่วงใยเรา มีปัญาหาต่างๆ มากมายในโลกนี้ และผู้คนมากมายต่างร้องทูลมันต่อพระเจ้าพระเจ้าทรงรับฟังคำร้องทูลจากเราจริงๆ หรือ? และถ้าหากว่าพระองค์ทรงสนใจจริงๆ แล้วพระองค์จะมีวิธีแก้ปัญหาให้กับเราอย่างไร? ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งที่เราควรทำมากกว่าแค่การอธิษฐาน

ดังนั้นพระเจ้าทรงอนุญาตให้ผมต้องเผชิญกับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ เพื่อทำให้ผมยอมถ่อมใจลงเมื่อผมยอมรับข้อจำกัดของตัวเอง ผมจึงเริ่มอธิษฐานขอให้พระเจ้าช่วยให้ผมสามารถคิดและหาวิธีแก้ไขปัญหาได้ เมื่อผมตัดสินใจทำอย่างนั้นมันเหมือนกับว่าภาระหนักทุกอย่างที่ผมแบกไว้ถูกยกออกไปจากชีวิตของผมมันคือความจริงเมื่อเรายอมจำนนต่อพระเจ้าพระองค์ประทานสันติสุขลงมาแทนความไม่พอใจในชีวิตของผมซึ่งเกิกว่าความเข้าใจของเราทั้งหมด (ฟีลิปปี 4:7)

ปัญหาของผมยังคงอยู่ แต่ผมไม่ได้รู้สึกเครียดอีกต่อไป เพราะผมรู้ว่าผมไม่ได้เผชิญปัญหานั้นเพียงลำพัง

2. ให้เราอยู่ในกลุ่มของพี่น้องที่รักพระเจ้า

เราเป็นใครที่จะสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้เพียงลำพัง? ถ้าหากเราอยู่ท่ามกลางคนที่มองโลกในแง่ดี ปัญหามันเหมือนจะน่ากลัวน้อยลงแต่ถ้าเราอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มองโลกในแง่ร้าย เราเองอาจจะท้อแท้และไม่มีกำลังใจในการดำเนินชีวิต

ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับเพื่อนที่รักพระเจ้า เพื่อนที่สามารถพูดคุยปรึกษาปัญหาต่างๆ ในช่วงเวลาที่ผมเครียดได้แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่สามารถเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาของผมได้อย่างเต็มที่แต่พวกเขาคอยหนุนใจและทำให้ผมมีกำลังใจที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้า เมื่อมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวของผมให้กับพวกเขา ความเครียดที่ผมมีก็เริ่มน้อยลง และค่อยๆ มองเห็นหนทางที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้นและความเครียดที่ผมเคยมีก็ลดลงมาก

เพื่อต่อสู้กับความเครียดที่กำลังเผชิญอยู่ ให้เราลองมองหากลุ่มคนหรือพี่น้องที่พยายามจะเสริมสร้างชีวิตจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน และอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่รักพระเจ้าและมีความปรารถนาที่จะเป็นเหมือนพระคริสต์ วิธีนี้เราสามารถที่จะแบกรับภาระของกันและกันและยึดถือซึ่งกันและกัน (ปัญญาจารย์ 4:9-10,  สุภาษิต 18:24)

 

3. ให้เราขอบพระคุณพระเจ้า

คุณอาจจะเคยได้ยินประโยคนี้อยู่บ่อยๆ คือ “อย่าบอกกับพระเจ้าว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่ขนาดไหน แต่ให้บอกกับปัญหาว่าพระเจ้าของเรายิ่งใหญ่แค่ไหน” ถ้าเรามัวแต่โฟกัสที่ปัญหา เราจะรู้สึกเครียดและจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้น

เมื่อผมเข้ามาหาพระเจ้าผ่านการอธิษฐานและใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่รักพระเจ้า ผมจึงตระหนักว่ามีหลายอย่างมากมายที่ต้องขอบคุณพระเจ้า พระเจ้าทรงสอนบทเรียนที่สำคัญนี้ให้กับผมในขณะที่ธุรกิจผมยังเป็นธุรกิจขนาดเล็ก เพราะหากเกิดขึ้นตอนที่บริษัทขยายตัวใหญ่ขึ้นผมไม่อยากจะคิดเลยว่าผมจะต้องเผชิญกับปัญหาหนักขนาดไหนผมอาจจะต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกน้องจำนวนมากรวมไปถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย

วิลเลียม เจมส์ นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชาวอเมริกันเคยกล่าวไว้ว่า “อาวุธที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความเครียดคือความสามารถในการใช้ความคิดหนึ่งเปลี่ยนอีกความคิดหนึ่ง” และนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามที่จะทำคือการเปลี่ยนโฟสจากปัญหาไปสู่พระเจ้าและพวกคุณรู้ไหม? แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นเราสามารถนับพระพรของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเราได้ การขอบพระคุณเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเราไม่ใช่เฉพาะในช่วงเวลาที่ดีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงช่วงเวลาที่เครียดด้วย (1 เธสะโลนิกา 5:18)

 

4. ให้เรามีสายตาเหมือนพระเจ้า

ในฐานะมนุษย์ที่มีความเข้าใจอันจำกัด เรามักจะหาข้อสรุปที่ไม่ถูกต้อง เรื่องราวของสายลับ 12 คนที่ถูกส่งไปสอดแนม คอยย้ำเตือนเราถึงความสำคัญในการมองผ่านมุมมองของพระเจ้า

เมื่อสายลับ 10 คน มารายงานว่าแผ่นดินนี้เต็มไปด้วยเมืองที่มีป้อมและยักษ์ใหญ่ที่ทรงพลังชาวอิสราเอลก็สรุปเอาเองว่าพระเจ้าทรงทอดทิ้งพวกเขาและทำให้พวกเขาต่างสิ้นหวัง (กันดารวิถี 14:2-4) แต่โยชูวากับคาเลบได้เห็นต่างออกไป พวกเขาได้เห็นถึงความดีและพระคุณของพระเจ้าในการทรงนำของพระองค์ และทำให้พวกเขาเห็นถึงความอัศจรรย์ในแผ่นดินของพระเจ้าเพราะเป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์จึงทำให้พวกเค้ามีความเชื่อที่เข้มแข็งในพระเจ้ามากยิ่งขึ้น (กันดารวิถี 14:7-9)

แทนที่ผมจะมานั่งเครียดและจมอยู่กับความสิ้นหวังผมได้เรียนรู้ว่า…พระเจ้าอนุญาตให้ผมเผชิญกับปัญหานี้ พระองค์ต้องการที่จะทำอะไรผ่านชีวิตผม?

ผมจึงพบคำตอบผ่านทางปัญหาและอุปสรรคของชีวิตที่มันทำให้ผมเข้มแข็ง มีสติปัญญาในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นและดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทจึงทำให้ผมกลายเป็นนักธุรกิจที่สามารถใช้ชีวิตเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

 

5. ให้เราเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเอง

การพึ่งพาพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าเราจะกลายเป็นคนเรื่อยเปื่อยหรือดำเนินชีวิตแบบไร้แก่นสาร ถ้าเราไม่ได้นำสิ่งที่เราเรียนรู้มาพัฒนาตัวเอง เราอาจจะพบว่าตัวเราเผชิญกับความเครียดกับเรื่องเดิมๆ (หรืออาจจะเครียดกว่าเดิม) เมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหาที่คล้ายคลึงกัน

หลังจากที่ผมได้ประสบกับปัญหาเรื่องการผิดนัดชำระภาษีผมลองเช็คในอินเตอร์เน็ตและได้เจอบทความที่อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ บทความนี้ได้เซอรไพร์สผมว่าจริงๆ แล้ว ผมคำนวณภาษีถูกต้องแล้ว ผมได้นำบทความนี้ไปให้ที่ปรึกษาด้านภาษีดูและได้รับความยืนยันว่ามันถูกต้อง ผมไม่ต้องจ่ายค่าปรับเลยมันทำให้ผมโล่งใจเป็นอย่างมาก!

เมื่อพระเจ้าทรงอนุญาตให้ลูกของพระองค์เผชิญกับปัญหา พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะไม่ทรงให้เราถูกทดลองเกินกว่าที่เราจะทนได้(1 โครินธ์ 10:13)

เมื่อจิตใจของเราถูกเติมเต็มด้วยพระสัญญาของพระเจ้ามันจึงไม่มีที่ว่างให้สำหรับความเครียดอีกต่อไป เราจะสามารถยอมรับกับสถาณการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยใจที่ขอบพระคุณ และพร้อมที่จะเรียนรู้ว่าพระเจ้าสามารถใช้สถานการณ์ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้เป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น พระองค์อาจจะกำลังเตรียมเราสำหรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่

ลองนึกถึง 13 ปีที่ยากลำบากของโยเซฟก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนที่มีอำนาจรองลงมาจากฟาโรห์ในประเทศอียิปต์ ลองนึกถึงความท้าทายมากมายในการทดสอบความเชื่อของดาเนียลภายใต้รัชสมัยของกษัตริย์ที่นับถือพระอื่น ก่อนที่พระเจ้าจะทรงตั้งท่านไว้ให้ดูแลทั่วทั้งราชอาณาจักร (ดาเนียล 1-6)

 

ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่ปัญหาคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเราอาจจะต้องเผชิญกับความเครียดมากมาย แต่ผมได้เรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องท้อถอยด้วยสิ่งเหล่านั้น เราสามารถรับมือกับความเครียดด้วยการพึ่งพาพระเจ้า ยึดพระสัญญาของพระองค์ให้มั่น เราสามารถหาคำปรึกษาจากเพื่อนๆ ที่รักพระองค์และให้เราโฟกัสที่พระเจ้า ให้ความคิดของเราเต็มไปด้วยการขอบพระคุณ และให้ดวงตาของพระมองเห็นว่าพระเจ้าต้องการจะสอนอะไรเราผ่านเรื่องเหล่านี้เพื่อที่เราจะได้ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์!

YOU MAY ALSO LIKE

จะรับใช้พระเจ้าในขณะที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

จะรับใช้พระเจ้าในขณะที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

WRITER: ฌอน ควาห์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ชาร์ลส์ สเปอร์เจียน? เป็นโรคซึมเศร้า? ผมได้ยินชื่อ ชาร์ลส์ สเปอร์เจียนครั้งแรกจากศิษยาภิบาลของผม เขาได้แบ่งปันข้อคิดดีๆ จากหลายๆ คำเทศนาของสเปอร์เจียนให้ฟัง...

น้ำพระทัยพระเจ้าในชีวิตฉัน

น้ำพระทัยพระเจ้าในชีวิตฉัน

WRITER: พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง EDITOR: Mustard Seed Team ฉันเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ตอนนั้นมีโควต้าจากมหาวิทยลัยชื่อดังเข้ามาเสนอให้ทุนการศึกษา...

หันหลังให้กับการเป็นไบเซ็กชวล

หันหลังให้กับการเป็นไบเซ็กชวล

WRITER: เอช วาย ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ณัฐนันท์ จันทรศิริ EDITOR: Mustard Seed Team ครั้งแรกที่ฉันรู้สึกชอบใครบางคนตอนนั้นฉันอายุแค่ 14 ปี ฉันจำได้ว่าเธออายุมากกว่าฉันไม่กี่ปี เธอไม่ได้น่ารักเป็นพิเศษแต่เธอผิวแทน และมีลักยิ้มที่น่ารักมากเวลาที่เธอยิ้ม...

Share This