fbpx
WRITER: ซาราห์ โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ณัฐฤทัย อาสาประโคน
EDITOR: ณัฐรวี ยุ้งทอง

เวลาที่ได้มาอยู่พร้อมหน้ากับพี่น้องในพระคริสต์ ฉันเชื่อว่ามีหลายสิ่งที่น่าสนุกกว่าให้ทำมากกว่าการอธิษฐานร่วมกัน แต่หลายครั้งเรามักชุลมุนกับเรื่องอื่นจนไม่มีจังหวะที่เหมาะสมในการอธิษฐานด้วยความตั้งใจ

ฉันเคยเจอเหตุการณ์นั้นเมื่อต้นเดือนมกราคม ตอนนั้นฉันส่งท้ายคืนที่แสนวิเศษหลังเขียนเพลงและสามัคคีธรรมด้วยการอธิษฐานร่วมกับพี่น้องคริสเตียนอีกคน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็กลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเองนิดหน่อย เหมือนกับว่าฉันอธิษฐานอย่างเร่งรีบมากเกินไป  แทนที่ควรจะอธิษฐานด้วยหัวใจที่จดจ่ออยู่กับพระเจ้ามากกว่านั้น แล้วดูว่าพระเจ้ามีแผนการอย่างไรในชีวิตของเธอ เมื่อตกตะกอนความคิดผ่านเหตุการณ์นั้นและช่วงเวลาในการอธิษฐาน ฉันจึงเริ่มหาหนทางที่จะอธิษฐานกับพระเจ้าให้มีประสิทธิภาพและให้พระองค์ทรงนำมากขึ้น 

ไม่กี่วันต่อมา ฉันได้อ่านบทแรกของหนังสือ 2 ทิโมธี จากการทำตามแผนการอ่านพระคัมภีร์ จึงได้พบคำอธิษฐานและการหนุนใจของเปาโลที่ส่งถึงทิโมธีในข้อที่ 3 ถึง 7 ซึ่งเป็นการทรงนำจากพระเจ้าว่า

“ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าผู้ที่ข้าพเจ้ารับใช้ด้วยมโนธรรมอันบริสุทธิ์เช่นบรรพบุรุษทั้งหลายของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้าระลึกถึงท่านเสมอในการทูลวิงวอนทั้งกลางวันกลางคืน เมื่อระลึกถึงน้ำตาของท่าน ข้าพเจ้าก็อยากจะพบท่านซึ่งจะทำให้ข้าพเจ้ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าระลึกถึงความเชื่ออย่างจริงใจของท่านซึ่งเป็นความเชื่อที่โลอิสยายของท่านมีเป็นคนแรก แล้วมีในยูนีสมารดาของท่าน และบัดนี้ข้าพเจ้าก็เชื่อว่ามีอยู่ในตัวท่านด้วย

เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงขอเตือนความจำท่านว่า ของประทานของพระเจ้าที่มีในตัวท่านโดยผ่านทางการวางมือของข้าพเจ้านั้น จงทำให้รุ่งเรืองขึ้น เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ประทานใจที่ขลาดกลัวแก่เรา แต่ประทานใจที่ประกอบด้วยฤทธานุภาพ ความรัก และการบังคับตนเองแก่เรา” (‭‭2 ทิโมธี‬ ‭1:3-7‬)‬

ในคำอธิษฐานนั้น เปาโลขอบคุณพระเจ้าเป็นอันดับแรก (ข้อ 3) ถัดมาเป็นการกล่าวถึงความทุกข์ของทิโมธี (ข้อ 4) แล้วจึงอธิษฐานเผื่อชีวิตของเขา (ข้อ 6) ก่อนจะย้ำเตือนเขาถึงพระสัญญาและการจัดเตรียมของพระเจ้า (ข้อ 7) ถ้อยคำของเปาโลช่างบาดลึกแต่กลับตรงใจ

จากข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวมา ฉันค้นพบ 4 วิธีที่เราจะอธิษฐานเผื่อเพื่อนของเราได้อย่างตรงประเด็นโดยการจดจ่อไปที่พระเจ้า และไม่พึ่งพาถ้อยคำและความรู้ของตัวเอง

1. ใช้เวลาทำความเข้าใจกับสิ่งที่เพื่อนต้องการให้เราอธิษฐานเผื่อ

เปาโลอธิษฐานเผื่อทิโมธีได้อย่างตรงประเด็น ด้วยเพราะมีมิตรภาพต่อกัน และพูดคุยกันอยู่เสมอแม้ระหว่างที่เปาโลอยู่ในคุก นั่นหมายความว่า หากเราตั้งใจและเปิดใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวที่ต้องการความช่วยเหลือ เราจะอธิษฐานเผื่อกันได้อย่างเจาะจงมากขึ้น

นั่นหมายความว่า หากเราตั้งใจและเปิดใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวที่ต้องการความช่วยเหลือ เราจะอธิษฐานเผื่อกันได้อย่างเจาะจงมากขึ้น

อาจเป็นเรื่องง่ายที่เราจะกล่าวคำอธิษฐานที่เคย “ท่องจำ” หรือเคยได้ยินมาก่อน (ฉันนึกถึงตอนที่พ่อฝึกให้ฉันกล่าวคำอธิษฐานก่อนมื้ออาหารตั้งแต่สมัยยังเด็ก) แต่ไม่ว่ามันจะฟังดูศักดิ์สิทธิ์หรือดูยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็อาจจะไม่ได้สอดคล้องกับเรื่องที่เพื่อนของฉันกำลังประสบอยู่ การใช้เวลาฟังอย่างตั้งใจในเรื่องที่เพื่อนแบ่งปันเรื่องราวที่ต้องการให้อธิษฐานเผื่อในเวลาที่ไม่เร่งรีบ ฉันพบว่ายิ่งทำบ่อยยิ่งมีประโยชน์ ซึ่งเราเริ่มต้นได้จากคำถามเหล่านี้

  • “มีเรื่องอะไรที่ฉันอธิษฐานเผื่อเธอได้บ้าง?”
  • “มีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอกังวล/ติดค้างอยู่ในใจมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วเธอทูลเรื่องนี้กับพระเจ้ายังไงบ้าง?”

แล้วฉันก็จะเขียนคำอธิษฐานเผื่อแบบย่อ หรือพิมพ์ส่งทางห้องแชทให้เพื่อน เพื่อเราจะได้รวบรวมคำอธิษฐานต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน ง่ายต่อการที่เราจะกลับมาทบทวน เพื่อจะได้ขอบคุณพระเจ้าในคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบด้วย!

2. นึกถึงพระเจ้าและขอพระองค์เปิดตาใจให้

เปาโลอธิษฐานเผื่อทิโมธีโดยเริ่มจากการขอบคุณพระเจ้าก่อน เราทำตามอย่างนี้ได้เลยนะ มันเป็นเรื่องพิเศษมากที่รู้ว่าพระเจ้าผู้ประเสริฐของเราจะน้อมรับคำอธิษฐานของเราผ่านทางพระเยซูมหาปุโรหิต (ฮีบรู 4:14-15) ทั้งยังเต็มใจที่จะมอบความเมตตาและพระคุณให้ในเวลาที่เราต้องการ (ฮีบรู 4:16)

ลองมาดูตัวอย่างคำอธิษฐานง่ายๆ ในแบบที่ให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในช่วงเวลาอธิษฐาน

  • “พระบิดาเจ้า ขอพระองค์พูดผ่านข้าพระองค์ สิ่งใดที่พระองค์ปรารถนาจะบอก (เพื่อนของข้าพระองค์) ” และเราลองใช้เวลาพักสั้นๆ เพื่อไม่ให้เราหุนหันท่องคำอธิษฐานออกมา  แต่ให้หัวใจมองหาสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมเพื่อเพื่อนของเรา
  • “พระเจ้าครับ สิ่งใดที่เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ที่มีต่อ (ชื่อของเพื่อน) ขอสิ่งนั้นออกมาจากปากของข้าพระองค์” ซึ่งการพูดแบบนี้ช่วยยืนยันว่าเราจะอธิษฐานโดยยึดจากมุมมองของพระเจ้ามากที่สุด
  • “ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณพระองค์ที่รักและคอยช่วยเหลือพวกเรา ขอบคุณพระองค์ที่รับฟังและรู้ว่าเราต้องการร้องทูลเรื่องใด ความรักของพระองค์ทำให้เห็นว่าพระองค์กำลังเอาใจใส่ทุกคำอธิษฐานของเราและจะตอบเราในเวลาและวิธีทางที่เหมาะสม”

ใจเราจะรู้สึกสงบมากเวลาที่เราให้พระเจ้าครอบครอง พระองค์จะช่วยเราอธิษฐานไปในทางที่พระองค์ประสงค์ให้เป็น (โรม 8:27)

3. ใช้ถ้อยคำจากพระวจนะพระเจ้าและกลุ่มอธิษฐาน

ตอนที่เปาโลอธิษฐานเผื่อทิโมธีว่า “จงทำให้ของประทานของพระเจ้าในตัวท่านรุ่งเรืองขึ้น” ฉันนึกถึงข้อพระคัมภีร์อีกบทหนึ่งที่พูดถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยใช้คำว่าไฟ ในมัทธิว 3:11 (“พระองค์จะทรงให้พวกท่านรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ”)

แล้วจะมีวิธีไหนที่จะทำให้เรามั่นใจว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงนำคำอธิษฐานของเราได้ดีไปกว่าการเลือกใช้ถ้อยคำจากพระคัมภีร์?

นี่คือวิธีทางที่จะทำให้เราอธิษฐานได้ดีขึ้น

  • อ่านพระคัมภีร์ก่อนหรือระหว่างการอธิษฐาน การจดบันทึกและการอ่านข้อพระคัมภีร์ตอนอธิษฐานเผื่อผู้อื่นจะช่วยให้เราหาคำพูดได้ง่ายขึ้น โดยข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เป็นหัวข้อที่ฉันมักใช้อยู่บ่อยครั้ง: เอเฟซัสบทที่ 6 สำหรับขอการปกป้องจากพระวิญญาณบริสุทธิ์, ฟีลิปปีบทที่ 4 สำหรับชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ, และโรมบทที่ 8 เพื่อขจัดความรู้สึกผิด ความอับอาย และความคิดที่ไม่มีคุณค่าออกไป หนังสือสดุดีก็เป็นอีกเล่มหนึ่งที่เป็นตัวอย่างในการอธิษฐาน ข้อพระคัมภีร์จะช่วยย้ำเตือนเราว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและพระองค์จะช่วยหล่อเลี้ยงความเชื่อของเรา แล้วเราจะสามารถประกาศพระสัญญาของพระเจ้ากับเพื่อนของเราได้อย่างแน่วแน่

  • เสริมสร้างและริเริ่มกลุ่มอธิษฐาน เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเข้าร่วมกลุ่มอธิษฐานในโบสถ์และขอให้เพื่อนคริสเตียนอธิษฐานด้วยกันกับคุณในทุกครั้งที่เจอกัน บางคนก็บอกว่าการอธิษฐานก็คือกล้ามเนื้อที่จะยิ่งแข็งแรงขึ้นเมื่อเราออกกำลังบ่อยๆ สิ่งสำคัญเลยคือต้องเริ่มตอนนี้!

4. ฟังเสียงพระเจ้าและขอบคุณพระองค์สำหรับคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบ

สุดท้ายนี้ หากมีสิ่งใดที่พระเจ้าใส่ลงมาในหัวใจเราระหว่างที่เรากำลังฟังพระองค์ตอนอธิษฐานเผื่อเพื่อน ฉันขอหนุนใจให้พูดสิ่งนั้น เพราะมันอาจเป็นคำยืนยันว่าเส้นทางที่เพื่อนคุณกำลังไปเป็นทางที่ถูกต้อง แนะนำช่องทางในการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ นำเสนอแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (เช่น หนังสือสักเล่มหรือพอดแคสต์สักตอน) หรือคอยย้ำเตือนว่าพวกเขาถึงพระสัญญาของพระเจ้าที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เพื่อนกำลังเจอ

ในบางครั้งที่เรากำลังอธิษฐานเผื่อเพื่อน พระเจ้ากำลังใช้เราเพื่อเป็นคำตอบจากพระองค์ ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเป็นผู้ส่งสารจากพระเจ้า คอยถามไถ่และอธิษฐานเผื่อเพื่อนเสมอ ลองถามเพื่อนดูว่าพวกเขาอยากให้เราช่วยอย่างไรและมากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละคนต้องการรับความรักและแรงสนับสนุนจากพี่น้องที่มีความเชื่อเดียวกันในรูปแบบที่ต่างกันออกไป

สุดท้ายนี้ อย่าลืมแบ่งปันความชื่นชมยินดีจากคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบให้ฟังกันด้วย!

สุดท้ายนี้ อย่าลืมแบ่งปันความชื่นชมยินดีจากคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบให้ฟังกันด้วย! เขียนเล่าใส่โน้ตเล็กๆ หรือในช่องสนทนาเวลาเจอกันครั้งต่อไป และแบ่งปันเรื่องราวว่าพระเจ้าได้เข้ามาทำงานในหัวใจเราตั้งแต่ตอนไหน การชื่นชมยินดีและการขอบคุณจะทำให้พระเจ้าพอพระทัยและเป็นการให้สิ่งที่พระองค์คู่ควร นั่นคือคำสรรเสริญ

ย้อนกลับไปในคืนนั้นที่อยู่กับเพื่อน ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้ามาก เพราะระหว่างทางกลับบ้าน ฉันจำได้ว่าต้องอธิษฐานว่า “สิ่งใดที่เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ที่มีต่อเธอ ขอสิ่งนั้นออกมาจากปากของข้าพระองค์” และฉันรู้สึกได้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้นำคำต่างๆ มาใส่ในหัวของฉัน ฉันจึงรีบส่งข้อความหาเพื่อนและบอกในสิ่งที่ฉันรู้สึกได้ว่าพระเจ้าต้องการพูดกับเธอ – เป็นคำอธิษฐานที่เธอบอกว่าเป็นคำตอบสำหรับเหตุการณ์ที่เธอเจออยู่ หลังจากนั้นใจฉันก็รู้สึกมีสันติสุขในใจของฉัน

การอธิษฐานคือวินัยทางฝ่ายวิญญาณตลอดทั้งชีวิต นั่นเป็นเหตุว่าทำไมการอธิษฐานร่วมกับพี่น้องถึงสำคัญ เพราะเราจะได้ช่วยหนุนใจซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา

ทั้งชีวิตของฉันได้เรียนรู้มากขึ้นว่า การที่มีคนอธิษฐานเผื่อเราและเราอธิษฐานเผื่อคนอื่นคือสิทธิพิเศษ จงร้องทูลร่วมกันว่าเราต้องการสิ่งใดต่อพระเจ้าผู้ที่ทรงรับฟังเราและตอบเราด้วยความเต็มใจ

ทำไมเราไม่ตั้งเป้าหมายละว่าปีนี้เราจะให้พระเจ้าทรงนำในทุกคำอธิษฐานของเรา? ให้พระเจ้าพูดกับเพื่อนผ่านคุณมากขึ้นและมากขึ้น จะได้เห็นว่าคุณจะอธิษฐานได้อย่างตรงเหตุการณ์และเฉียบขาดกว่าเมื่อก่อน และความเชื่อของคุณและเพื่อนจะทวีคูณขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

YOU MAY ALSO LIKE

ฉันมีส่วนรับผิดชอบในความรอดของเพื่อนหรือไม่?

ฉันมีส่วนรับผิดชอบในความรอดของเพื่อนหรือไม่?

WRITER: เมดาลีน คาลู ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: PinkEDITOR: ฐิติกานต์ นิธิอุทัย ฉันยังจำช่วงเวลาที่ฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์กับพระเยซูได้ ราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นของเดือนมกราคม ฮันนาห์...

เสียงที่ดังพอ

เสียงที่ดังพอ

WRITER: GRACESaoriEDITOR: Mustard Seed Team เคยไหม? ที่ในบางครั้งเสียงของใครบางคนก็ดังกว่าเสียงของตัวเอง เสียงนี้มักดังเร้าอยู่ภายในใจ บ่อยครั้งในเมื่อเราอยู่ในช่วงที่คิดไม่ตก ฟุ้งซ่าน หาทางออกไม่เจอหลายๆ สิ่ง แต่จะมีเสียงๆ นี้แหละ ที่กลับดังขึ้นมาหัวใจ...

ช่วยด้วย! ฉันหยุดคิดมากไม่ได้

ช่วยด้วย! ฉันหยุดคิดมากไม่ได้

WRITER: เรเชล มอร์แลนด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: JoshuaEDITOR: สรสิทธิ์ ฑัมมารักขิตานนท์ ฉันมือสั่นขณะที่ฉันกำลังว้าวุ่นกับการหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตในมือถือว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ไม่กี่วินาทีต่อมา...

Share This