fbpx
WRITER: กาเบรียล ตริโยโน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน
EDITOR: Mustard Seed Team

หลายครั้งในชีวิตเราทุกคนคงเคยพูดว่า “ขอบคุณพระเจ้า” หรือ “พระเจ้าดี” แต่ทางเลือกและวิถีชีวิตของเราสะท้อนถึงสิ่งที่เราพูดหรือไม่? สำหรับฉันมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

ฉันเติบโตมาในฐานะคริสเตียน และฉันได้รับการสอนเสมอว่าพระเจ้าดี ฉันเคยเห็นพระองค์ทำสิ่งดีต่างๆ ในชีวิตของฉัน แม้ว่าฉันได้เห็นการอัศจรรย์ต่างๆ เหนือชีวิตของผม แต่ฉันก็ยังคงมีความสงสัยและความกลัวบ้างบางครั้งในสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกให้ฉันทำ

มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่พระเจ้าทรงใส่บางสิ่งไว้ในใจของฉัน ให้ฉันปล่อยความสัมพันธ์หนึ่งไป ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันเคยมีประสบการณ์และเห็นว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและทรงแสนดี เมื่อพระองค์ทรงเรียกให้ฉันปล่อยวางสิ่งต่างๆ แต่ความต้องการของฉันสำหรับความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้บดบังผมจากการได้เห็นว่าทางของพระเจ้านั้นดี ฉันจึงเดินหน้าต่อไปในทางของตัวเองและตัดสินว่าทางของพระเจ้านั้นไม่ดีพอ

ไม่นานนักฉันก็พบว่าผมคิดผิด

ความสัมพันธ์นี้จบลงด้วยการดึงผมออกห่างจากพระเจ้า ฉันฟุ้งซ่านและมองไม่เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกฉันให้ทำ การเขียนหนังสือที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในใจของฉันนั้นล่าช้าออกไป และฉันไม่สามารถถวายตัวได้อย่างเต็มที่ด้านการรับใช้ในพันธกิจต่างๆ ที่คริสตจักร เพราะว่าพระเยซูไม่เคยเป็นศูนย์กลางในความสัมพันธ์ของเรา และเราสองคนไม่ได้เติบโตในฝ่ายวิญญาณ

ฉันตระหนักว่าถ้าหากผมยังอยู่ในความสัมพันธ์นี้ฉันคงไปไม่ถึงจุดหมายที่พระเจ้าทรงตั้งไว้สำหรับชีวิตของฉัน ในที่สุดฉันกล้าที่จะเชื่อว่าทางของพระเจ้านั้นดีที่สุด แล้วเชื่อฟังพระองค์และปล่อยความสัมพันธ์นั้นไป

ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ได้เห็นการทรงนำของพระองค์เคลื่อนไหวในชีวิตของผมมากกว่าแต่ก่อน พระเจ้าทรงเปิดประตูสำหรับฉันในการเป็นผู้นำในพันธกิจคนโสดที่คริสตจักร (แม้ว่าผมเข้าร่วมพันธกิจนี้ได้เพียงสองเดือน)ฉันได้รับเชิญให้พูดแบ่งปันคำเทศนาและเป็นผู้นำนมัสการในพันธกิจคนโสดในวันคริสต์มาส และได้เห็นว่าคำแบ่งปันของฉันสะท้อนไปถึงคนอื่นๆ ในฤดูกาลต่างๆ ของชีวิตพวกเขาอย่างไร ซึ่งหลายคนบอกว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ยิน

ฉันยังได้รับการให้กำลังใจโดยวิธีที่พระเจ้าทรงใช้งานเขียนของฉัน “Living Revelations” แตะต้องใจคนอื่นๆ บางคนได้เขียนคำพยานเพื่อแชร์ว่าพวกเขาชื่นชมผลงานนี้อย่างไร

ฉันได้เห็นข้อพระคำในพระธรรมเอเฟซัส 3:20 เป็นจริงในชีวิตฉัน “ขอให้พระเกียรติมีแด่พระองค์ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่งได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด โดยฤทธานุภาพที่ทำกิจอยู่ภายในเรา” พระเจ้าทรงมอบสิ่งที่เกินจิตนาการไว้ให้ฉัน พระองค์ทรงเปิดประตูในงานพันธกิจของฉัน และพระองค์ทรงเคลื่อนไหวมากขึ้นในชีวิตของฉัน

จากเหตุการณ์นั้นช่วยให้ฉันได้รู้ถึงความจริงที่สำคัญว่า การตระหนักถึงความดีงามของพระเจ้านั้นจะทำให้เราเดินในการเชื่อฟังเพื่อไปสู่จุดหมายของเรา พระธรรมสดุดี 18:30 กล่าวว่า “สำหรับพระเจ้าพระองค์นี้ พระมรรคาของพระองค์ไร้ตำหนิ…” 

ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าหลายครั้งที่เราพลาดพระพรของพระเจ้าโดยการปฏิเสธที่จะเชื่อฟังพระองค์ เป็นเพราะว่าเราปฏิเสธที่จะเชื่อว่าทางของพระองค์นั้นสมบูรณ์ 

ฉันได้เรียนรู้ในทางที่ยากลำบากนี้ว่า ทางของพระเจ้าอาจไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ทางของพระองค์นั้นดีที่สุดเสมอ

การเผชิญหน้าครั้งแรกของซีโมนเปโตรกับพระเยซู เป็นตัวอย่างที่ดีถึงความสำคัญในการไว้วางใจในสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราทำ ในพระธรรมลูกาบทที่5 เราเห็นว่าพระเยซูทรงขอให้เปโตรเดินเรือออกไปจับปลาในน้ำลึกอีกครั้ง เปโตรเพิ่งใช้เวลาทั้งคืนในการจับปลา แต่ไม่ได้อะไรเลย

เขาตอบสนองต่อพระเยซูว่า “อาจารย์ เราทอดอวนมาตลอดทั้งคืนแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน” (ข้อ 5) เปโตรรู้สึกหมดแรงและวิธีที่เขาตอบสนองนั้น ชี้ให้เห็นว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่าความคิดของพระเยซูนั้นดี แต่แม้ว่าเขาอาจสงสัยและรู้สึกลังเล เขาก็ทำมันอยู่ดี

แล้วผลลัพธ์คืออะไร? มีพระพรมากมายตามมา

เปโตรและเพื่อนชาวประมงคนอื่นๆ ของเขาจับปลาได้จำนวนมากจนอวนเริ่มขาด (ข้อ 6) และในพระธรรมลูกา 5:8-9 กล่าวว่า “เมื่อซีโมนเปโตรเห็นอย่างนั้นแล้ว ก็ทรุดตัวลงที่เข่าของพระเยซู… เนื่องจากเขากับคนทั้งหลายที่อยู่ด้วยกันประหลาดใจเรื่องปลาที่เขาจับได้นั้น” (ซึ่งพระธรรมตอนนี้ได้ตอกย้ำผมอีกครั้ง)

เปโตรได้ตระหนักถึงความดีงามของพระเจ้า ถ้าหากว่าเขาทำตามความรู้สึกของเขาเองและไม่ฟังพระเยซู เขาคงไม่ได้อยู่ในจุดที่เขาอยู่คือ อยู่ที่พระบาทของพระเยซูด้วยความยำเกรงในฤทธิ์อำนาจของพระองค์

บางที่เราอาจเป็นเหมือนซีโมนเปโตร แต่ในประสบการณ์ของเขาแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกของเราไม่จริงเสมอไป พระเจ้าต้องการปกคลุมเราด้วยความดีและการอวยพรที่มาจากพระองค์ แต่มันต้องเริ่มต้นด้วยการเชื่อฟัง

เราจะตอบสนองพระเยซูเหมือนกับซีโมนเปโตรผู้นี้หรือไม่ แล้วพูดว่า “เพราะว่าพระองค์ตรัส ข้าพเจ้าจึงทำ” ?

หากคุณไม่เห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าเคลื่อนไหวอยู่ในชีวิตคุณ ตอนนี้เป็นโอกาสที่คุณจะได้เห็นความดีงามของพระองค์เทลงมาในชีวิตของคุณแล้ว และถ้าหากว่าคุณเคยเห็นพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวในชีวิตของคุณแล้ว จงเชื่อว่าพระองค์จะทรงกระทำอีกครั้งหนึ่ง  

เราจะทำตามสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสให้เราทำโดยความเชื่อหรือไม่ แม้ว่าความรู้สึกของเราจะยังสงสัยอยู่? เราจะตระหนักถึงความจริงอันเรียบง่ายนี้หรือไม่ว่าพระเจ้าทรงแสนดีเสมอ?

เราไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่เรากำลังเดินกับพระเจ้า ความดีงามของพระองค์จะติดตามเราไปเสมอ ดั่งที่พระธรรมสดุดี 23:6 กล่าวไว้ว่า “แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า”

ไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าการได้อยู่ในพระประสงค์ของพระเจ้า

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This